เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่าการเผชิญหน้ากับ เรอัล มาดริด หลายฤดูกาลติดต่อกันในเวทียุโรป ช่วยให้ทีมของเขาได้เรียนรู้และพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ทั้งสองทีมจะโคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้
ผลการจับสลากส่งให้ “เรือใบสีฟ้า” ต้องดวลกับ “ราชันชุดขาว” เป็นฤดูกาลที่ 5 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความเป็นคู่ปรับสำคัญในยุคหลังของฟุตบอลยุโรป โดยฤดูกาลที่ผ่านมา มาดริด เป็นฝ่ายเขี่ยซิตี้ตกรอบเพลย์ออฟ ขณะที่ซีซั่น 2023-24 ทีมดังจากสเปนเอาชนะในการดวลจุดโทษรอบก่อนรองชนะเลิศ
ย้อนกลับไปในรอบรองชนะเลิศปี 2022 เป็นมาดริดที่ผ่านเข้ารอบ ส่วนปี 2023 ซิตี้เอาคืนได้สำเร็จและกรุยทางสู่การคว้าแชมป์ยุโรปในที่สุด
“สำหรับสโมสรของเรา เมื่อคุณต้องเล่นกับทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันนี้ คุณจะได้เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และแข็งแกร่งขึ้นเพื่ออนาคต”กวาร์ดิโอล่า กล่าว
- หายไม่ทัน!’โรซิเนียร์’ คอนเฟิร์ม ‘เอสเตเวา-คูคู’ ไม่พร้อมบู๊ปืนใหญ่
- คนสำคัญ!’คาร์ริค’ ยก ‘แม็กไกวร์’ หัวใจเกมรับของผี
- ผิดหวัง!’สล็อท’ เผยอาการ ‘เวียตซ์’ ยังต้องรอประเมิน
ก่อนเกมยุโรปนัดสำคัญ ซิตี้จะกลับมาโฟกัสศึกพรีเมียร์ลีก โดยมีคิวบุกเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันเสาร์นี้ และจำเป็นต้องเก็บสามแต้มเพื่อลดช่องว่างกับ อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูง
นอกจากนี้ กวาร์ดิโอล่ายังเปิดเผยความพร้อมของนักเตะมุสลิมในทีมอย่าง อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, รายาน เอท-นูรี, รายาน เชร์กี้ และ โอมาร์ มาร์มูช ที่อยู่ในช่วงถือศีลอด แต่ยังพร้อมลงสนามช่วยทีม
“พวกเขาปฏิบัติตามหลักศาสนา และเรามีนักโภชนาการที่ยอดเยี่ยมซึ่งสามารถปรับโปรแกรมให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของนักเตะได้”
“พวกเขาคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว ไม่ใช่ครั้งแรก ทุกคนรู้วิธีจัดการตัวเอง มีการพูดคุยกับทีมแพทย์และปรับตัวอย่างเหมาะสม ดังนั้นผมมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อผลงานในสนาม