Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ขาดสมดุล!’คาร์ริค’ ชี้ลูกตั้งเตะยุคใหม่เบียดกันหัวทิ่ม

ไมเคิ่ล คาร์ริค

ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงแสดงความเห็นถึงประเด็นร้อนในวงการลูกหนัง หลังมองว่าการเบียดและเหนี่ยวรั้งกันระหว่างเล่นลูกตั้งเตะในปัจจุบันมีมากเกินไป เมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อนที่แทบจะห้ามแตะต้องตัวกันในกรอบเขตโทษ

ฤดูกาลนี้จำนวนประตูจากลูกเซ็ตพีซเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน หลายทีมลงสนามไปเพียง 28-29 นัด แต่สถิติประตูจากจังหวะเตะมุมและฟรีคิกกลับแซงหน้าทั้งซีซั่นก่อนเรียบร้อยแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับรายละเอียดแท็คติกในสถานการณ์บอลตายมากขึ้น

หนึ่งในทีมที่ถูกยกให้เป็นผู้จุดกระแสคือ อาร์เซน่อล ซึ่งถูกมองว่าสร้างมาตรฐานใหม่ในการเล่นลูกเตะมุม โดยล่าสุดเพิ่งทำ 2 ประตูจากจังหวะดังกล่าวในเกมเฉือนชนะ เชลซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมเสียงวิจารณ์จากหลายสโมสร โดยเฉพาะประเด็นการถ่วงเวลา การยืนบัง และการดึงรั้งกันอย่างชัดเจนในกรอบเขตโทษ ซึ่งบางฝ่ายมองว่าเกินขอบเขตของความเหมาะสม

“ผมว่ามันมากเกินไปนะ เมื่อไม่นานมานี้คุณห้ามแตะต้องใครในกรอบ และเราได้ยินว่าจะมีการตัดสินเข้มงวดกับเรื่องนี้ แต่มันก็คืบคลานเข้ามา ความสำเร็จจากการเล่นเตะมุมและการให้นักเตะยืนเบียดๆ กันทำให้หลายทีมทำแบบนั้นมากขึ้น”คาร์ริคกล่าว

อดีตกองกลางปีศาจแดงยังยอมรับว่าเข้าใจเหตุผลของทีมต่างๆ ที่เลือกใช้วิธีดังกล่าวเพื่อสร้างความได้เปรียบ แต่ตั้งคำถามถึงความสมดุลของเกมในภาพรวม

“ก็เข้าใจได้นะว่าทำไมหลายทีมทำแบบนั้นหรือพยายามเล่นแบบนั้น ผมไม่ได้รู้สึกว่าฟุตบอลอยู่ในสมดุลที่เหมาะสม”

“ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ผมไม่ใช่คนที่ต้องตัดสินใจ ในตอนนี้คุณต้องรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ถ้ามันได้รับอนุญาตให้เล่นแบบนั้นคุณก็ต้องเล่นแบบนั้น”

ด้าน เอียน แม็กซ์เวลล์ ผู้อำนวยการของ IFAB ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกติกาฟุตบอล ยอมรับว่าทราบถึงปัญหาการเหนี่ยวรั้งและปะทะกันอย่างหนักในจังหวะเตะมุม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการหารือเฉพาะเจาะจงเพื่อปรับแก้กฎในประเด็นดังกล่าว