แฟนบอลลิเวอร์พูลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รถพุ่งชนฝูงชนในขบวนพาเหรดฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมปีที่ผ่านมา ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกเป็นครั้งแรก โดยระบุว่าพวกเขารู้สึก “ถูกทอดทิ้ง” หลังไม่มีการติดต่อหรือการช่วยเหลือจากสโมสร
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ พอล ดอยล์ อดีตนาวิกโยธินอังกฤษวัย 54 ปี ขับรถพุ่งเข้าใส่กลุ่มแฟนบอลในเมืองลิเวอร์พูล ทำให้มีผู้บาดเจ็บถึง 134 คน แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ศาลได้ตัดสินจำคุกเขา 21 ปี 6 เดือนในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
หนึ่งในผู้บาดเจ็บคือ สเตฟาน เดทท์ลาฟ วัย 73 ปี ซึ่งกระดูกซี่โครงหัก 6 ซี่ เขาเผยว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดอาการหวาดผวา และวิจารณ์สโมสรว่าไม่เคยได้รับการติดต่อหรือการดูแลใดๆ ทั้งที่เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลมากว่า 60 ปี โดยกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าลิเวอร์พูลทำให้พวกเราผิดหวัง”
- ‘ทูดอร์’ ชื่นชมสปิริตแข้งไก่เก็บ 1 แต้มสำเร็จหวังช่วยจุดประกายทีม
- ‘ดาโลต์’ ชู ‘เชชโก้’ อนาคตไกลพร้อมก้าวเป็นยอดดาวยิงระดับโลก
- ยกระดับด่วน!’โซบอสซ์ไล’ รับสุดผิดหวังหงส์พลาดชัยนาทีท้าย
“ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครมาหาผมเป็นการส่วนตัว แม้มันจะเป็นเรื่องดี แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยน่าจะมีใครสักคนจากสโมสรถามว่า ‘คุณเป็นอย่างไรบ้าง’ หรือบอกว่า ‘เราห่วงคุณ’ แต่กลับไม่มีการเสนอความช่วยเหลือใดๆ เลย”
ด้าน ดีน ทาวน์เซนด์ วัย 31 ปี ซึ่งซี่โครงหัก 3 ซี่จากเหตุการณ์เดียวกัน ก็ระบุว่ารู้สึกเหมือนถูกลืม และสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจแย่ลงจนต้องเข้ารับการบำบัดสัปดาห์ละสองครั้ง
ขณะที่สโมสรลิเวอร์พูลชี้แจงว่า ได้รับข้อมูลผู้เสียหายเพียงราว 30 รายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ติดต่อผู้ที่บาดเจ็บหนักรวมถึงเด็กๆ แล้ว โดยผู้จัดการทีม อาร์เน่ สล็อท และนักเตะบางรายได้ติดต่อผู้เสียหายบางส่วน พร้อมยืนยันว่าสโมสรยังคงพร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติมเมื่อได้รับข้อมูลใหม่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง