Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ไม่รู้!’เป๊ป’ ยังไม่ฟันธง ‘ฮาลันด์’ ตัวจริงดวลหงส์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายืนยันความเชื่อมั่นในตัว เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ โดยยกย่องว่าเป็น กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก แม้เจ้าตัวจะยังไม่การันตีว่าจะส่งดาวยิงชาวนอร์เวย์ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมบิ๊กแมตช์กับ ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์นี้

ฮาลันด์ยังไม่สามารถทำประตูจากโอเพ่นเพลย์ในพรีเมียร์ลีกได้เลยนับตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่ โดยครั้งล่าสุดที่เขาทำได้คือการยิงสองประตูใส่เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าเขาอาจถูกดร็อป และเปิดโอกาสให้ โอมาร์ มาร์มูช ซึ่งเพิ่งยิงเบิ้ลใส่นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ลงตัวจริงแทน

“เออร์ลิ่ง คือกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก” กุนซือชาวสเปนกล่าว

เมื่อถูกถามเพิ่มเติมว่า ฮาลันด์ จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหรือไม่ เขาตอบเพียงว่า“ผมไม่รู้ แต่ผมพูดมาตลอดว่า เออร์ลิ่ง คือที่สุด”

สำหรับสถานการณ์ในลีก แมนฯ ซิตี้ จำเป็นต้องคว้าชัยเพื่อรักษาระยะห่างกับอาร์เซน่อล จ่าฝูง แต่การบุกไปเยือนแอนฟิลด์ถือเป็นงานหนัก เนื่องจากพวกเขาเคยชนะที่นั่นในลีกได้เพียงครั้งเดียวตั้งแต่ปี 2016

“พวกเขาและสนามนั้นเป็นคู่แข่งที่ยากเสมอ ทั้งจากคุณภาพของนักเตะและผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูลยังคงเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมและสร้างทีมขึ้นมาเพื่ออนาคตหลายฤดูกาล ไม่ใช่เพียงแค่ปีเดียว”กวาร์ดิโอล่ากล่าวปิด

ไม่ยาก!’เซเมนโย่’ รับ ‘เป๊ป’ สั่งเล่นเป็นตัวเองทำฟอร์มเปรี้ยง

อองตวน เซเมนโย่ แนวรุกป้ายแดงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังผลงานอันร้อนแรง นับตั้งแต่ย้ายจาก บอร์นมัธ มาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อช่วงตลาดเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวกดไปแล้ว 6 ประตูจากการลงสนามในช่วงเวลาสั้นๆ

ดาวเตะทีมชาติกานา ยอมรับว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาปรับตัวและโชว์ฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว คือคำแนะนำจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือสมองเพชร ที่เปิดอิสระให้เขาเล่นในแบบที่ถนัด แม้ “เรือใบสีฟ้า” จะเป็นทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องการครองบอลและต่อบอลเป็นหลักก็ตาม

“เป๊ปบอกผมให้เล่นอย่างอิสระ ยิง เลี้ยงบอล และแสดงออกให้เต็มที่” เซเมนโย่ กล่าว

“เขาไม่อยากให้ผมลดทอนสไตล์ของตัวเอง เพียงเพราะทีมเน้นการครองบอล จะมีช่วงเวลาที่ผมสามารถแสดงศักยภาพได้ และนั่นทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น”

แข้งวัย 26 ปี ยังเผยว่า รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่กวาร์ดิโอล่าสอน ช่วยให้เขาเข้าใจเกมในระดับที่ลึกขึ้น ขณะที่บรรดาเพื่อนร่วมทีมก็มีส่วนสำคัญในการช่วยให้การปรับตัวเป็นไปอย่างราบรื่น

นอกจากนี้ เซเมนโย่ ยังได้สัมผัสประสบการณ์เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยเป็นครั้งแรกในชีวิต ภายในเวลาเพียง 26 วันหลังย้ายมาร่วมทีม พร้อมตั้งเป้าพาแมนฯ ซิตี้ ลุ้นแชมป์ในทุกรายการที่ลงแข่งขัน

“มันบ้ามากจริงๆ ครับ ผมไม่เคยเข้าชิงชนะเลิศมาก่อนเลย”

“ผมยังหยิกตัวเองอยู่เลยที่ได้ลงเล่นเจอกับอาร์เซนอล มันจะเป็นรอบชิงชนะเลิศที่ยอดเยี่ยม เพราะเป็นการเจอกันของสองทีมที่แข็งแกร่งที่สุด”

“นี่คือช่วงเวลาที่นักฟุตบอลทุกคนใฝ่ฝัน และผมโชคดีมากที่ได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง”

แอบหวัง!’คาร์ริค’ ไม่ปิดโอกาสนั่งนายใหญ่ผีถาวร

ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกว่า เขาไม่ปิดโอกาสสำหรับการทำงานในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป หลังจบฤดูกาลนี้ แม้อนาคตของตัวเองยังไม่มีความชัดเจนก็ตาม

อดีตกองกลางระดับตำนานของ “ปีศาจแดง” เข้ามารับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพแทน รูเบน อโมริม ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยตลอดช่วงเวลานั้น คาร์ริคเลือกหลีกเลี่ยงการพูดถึงบทบาทระยะยาวของตัวเอง และไม่ต้องการสร้างกระแสหรือแรงกดดันให้กับฝ่ายบริหาร

อย่างไรก็ตาม คำตอบของเขากลับได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อถูกถามถึงแผนการทำทีมในช่วงซัมเมอร์ และโอกาสที่จะมีส่วนร่วมกับสโมสรในอนาคต

คาร์ริค ยอมรับว่า ณ ตอนนี้ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม พร้อมย้ำว่าหน้าที่หลักของเขาคือการพัฒนาทีม และผลักดันให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะมีใครเป็นผู้จัดการทีมหลังจบฤดูกาลก็ตาม

“ผมเข้าใจบทบาทและความรับผิดชอบของตัวเองดี เราทุกคนต้องการเห็นสโมสรประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือการทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่ตัดสินทุกอย่างจากผลการแข่งขันในระยะสั้น” คาร์ริค กล่าว

เขายังเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงทิศทางความคิดเพียงเพราะผลงานช่วงสั้น ๆ ไม่ว่าจะดีหรือแย่ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะการตัดสินใจสำคัญควรตั้งอยู่บนภาพรวมและความต่อเนื่องมากกว่า

เมื่อถูกถามเพิ่มเติมว่า ผลงานชนะรวดนับตั้งแต่เข้ามารับงานต่อจาก ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ จะส่งผลต่ออนาคตของเขาหรือไม่ คาร์ริค ยังคงเลือกวางท่าทีเป็นกลาง

“ผมมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ และรู้สึกผูกพันกับที่นี่ แต่ก็เข้าใจสถานการณ์ดี เลยไม่อยากคิดไกลเกินไป”

‘เอ็นโซ่’ เผยเคล็ดลับยิงเยอะเพราะดูคลิป ‘แลมพาร์ด’

เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ มิดฟิลด์ตัวเก่งของเชลซี ออกมาเผยถึงแรงบันดาลใจสำคัญในเส้นทางอาชีพ หลังทำผลงานโดดเด่นต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ โดยยอมรับว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด ตำนานหมายเลข 8 คือแบบอย่างที่เขาศึกษาอย่างจริงจัง และหวังจะเดินตามรอยเพื่อพาสโมสรประสบความสำเร็จให้มากที่สุด

แข้งอาร์เจนไตน์เพิ่งสวมบทฮีโร่ ยิงประตูชัยนาที 92 ในเกมเฉือนเวสต์แฮม พร้อมยืนยันว่าการสอดเติมเกมจนทำประตูได้บ่อยครั้ง มาจากการศึกษาวิธีการเล่นของแลมพาร์ดโดยตรง

“เขาคือแรงบันดาลใจของผม ผมใช้เวลาศึกษาวิดีโอของแฟรงค์เยอะมาก เพื่อดูว่าเขาเลือกจังหวะเติมเกมและเข้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างไร” เอ็นโซ่ กล่าว

ที่น่าสนใจคือ สถิติของเอ็นโซ่กับเชลซีในเวลานี้ ยิงไปแล้ว 27 ประตูจากการลงสนาม 151 นัด ซึ่งเท่ากับผลงานของแลมพาร์ดในจำนวนเกมเท่ากันพอดี รวมถึงการสวมเสื้อหมายเลข 8 เหมือนกันอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ต้องการให้เกิดการเปรียบเทียบ

“เขาคือไอดอลและเป็นตำนานของสโมสร เขาทำสิ่งยิ่งใหญ่ไว้มากมาย ผมแค่หวังว่าจะเดินตามเส้นทางของเขา และช่วยเชลซีประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุด”

นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอ็นโซ่ลงสนามไปแล้ว 151 นัด คว้าแชมป์ร่วมกับทีม 2 รายการ ภายใต้การทำงานกับกุนซือถึง 5 คน พร้อมพิสูจน์คุณค่าค่าตัว 107 ล้านปอนด์ จนได้รับความไว้วางใจให้รับบทบาทรองกัปตันทีมในฤดูกาลนี้ แม้จะมีข่าวเชื่อมโยงกับ เรอัล มาดริด แต่เจ้าตัวย้ำชัดว่าอนาคตยังผูกพันกับ “สิงห์บลูส์”

“ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้น ผมมีความสุขมากกับที่นี่ และอยากคว้าแชมป์กับเชลซีให้ได้อีกหลายรายการ เพราะสโมสรแห่งนี้ถูกสร้างมาเพื่อความสำเร็จ”

รอย้ายฟรี!เผย ‘โกเรตซ์ก้า’ เมินร่วมทัพปืนก่อนปิดตลาดหน้าหนาว

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ตกเป็นข่าวว่าเคยพยายามยื่นข้อเสนอในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายหน้าหนาว เพื่อคว้าตัว เลออน โกเร็ตซ์ก้า มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงของ บาเยิร์น มิวนิค แต่สุดท้ายไม่ประสบความสำเร็จ หลังแข้งวัย 31 ปีเลือกปักหลักช่วยต้นสังกัดจนจบฤดูกาล

กองกลางทีมชาติเยอรมนี ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับ “เสือใต้” ด้วยการคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 6 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัย ตัดสินใจปฏิเสธการย้ายทีมกลางซีซั่น เพื่อโฟกัสผลงานและเตรียมความพร้อมก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026

แม้อาร์เซนอลจะแสดงความสนใจอย่างจริงจัง แต่สถานการณ์ไม่ได้ง่าย เมื่อหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรป ทั้ง เอซี มิลาน, นาโปลี, ยูเวนตุส และแอตเลติโก มาดริด ต่างจับตาสถานการณ์ของมิดฟิลด์รายนี้อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวใกล้ชิดนักเตะระบุว่า โกเร็ตซ์ก้า เชื่อมั่นว่าสไตล์การเล่นของเขาเหมาะกับพรีเมียร์ลีก และพร้อมเปิดรับข้อเสนอจากทีมในอังกฤษ รวมถึงคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ด้วยเช่นกัน

ล่าสุด โกเร็ตซ์ก้า ยืนยันว่าได้บรรลุข้อตกลงกับบาเยิร์น มิวนิค เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ในฐานะนักเตะไร้ค่าตัว เพื่อเริ่มต้นบทใหม่ในเส้นทางค้าแข้ง หลังอยู่รับใช้สโมสรมานานกว่า 8 ปี

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-1 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 06/02/2026

ไฮไลท์ฟุตบอล บุนเดสลีกา ยูเนี่ยน เบอร์ลิน 1-1 ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต 06/02/2026

ไฮไลท์ฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา เวโรน่า 0-0 ปิซ่า 06/02/2026

ไฮไลท์ฟุตบอล ลาลีกา เซลต้า บีโก้ 1-2 โอซาซูน่า 06/02/2026

“คาร์ริค เอฟเฟกต์” ปลุกวิญญาณ ปีศาจแดง รื้อกฎเหล็กยุคเก่า

กลายเป็น “ลมหายใจใหม่” ของถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อย่างแท้จริง สำหรับ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือขัดตาทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ขยับตัวเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็สามารถเปลี่ยนทีมที่เคยซบเซาให้กลับมามีความหวังในการลุ้นพื้นที่ Top 4 อีกครั้ง ด้วยสถิติสุดหรูชนะ 3 นัดรวดในลีกเหนือทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล รวมถึง ฟูแล่ม

สิ่งที่ทำให้ คาร์ริค ได้รับคำชมอย่างมาก คือการกล้าที่จะ “ทำลายกำแพง” กฎระเบียบเดิมๆ ในยุคของ เอริก เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม ที่เน้นความตึงเครียดจนเกินไป โดยคาร์ริคเลือกใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นกว่าเดิมเพื่อซื้อใจเหล่านักเตะ

คืนวันหยุดหลังจบเกม จากเดิมที่นักเตะต้องเข้าแคมป์ฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) ทันทีในวันรุ่งขึ้น โดยเฉพาะตัวสำรองที่ต้องซ้อมหนัก คาร์ริค สั่ง “ยกเลิก” และปล่อยให้ทุกคนได้พักผ่อนกับครอบครัวอย่างเต็มที่ เพื่อฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและ “สภาพจิตใจ” ก่อนจะกลับมารายงานตัวอีกครั้งที่แคร์ริงตัน

ซ้อมน้อยแต่เน้นเนื้อ คาร์ริค ปรับเปลี่ยนเซสชั่นการฝึกซ้อมให้สั้นลงแต่เพิ่มความเข้มข้น (Intensity) ให้สูงขึ้น เพื่อรักษาความสดของร่างกายนักเตะ ติวเข้มรายบุคคล มีการดึงตัว โจนาธาน วู้ดเกต และ จอนนี่ อีแวนส์ เข้ามาดูแลแผงหลังเป็นพิเศษ เพื่อถ่ายทอดเทคนิคเฉพาะตัวให้กับรุ่นน้อง

“เจ้าพ่อเวมบลีย์” อาร์เตต้า พกสถิติสุดแกร่ง 12 นัดไร้พ่าย ก่อนดวล เรือใบ

สถิติมีไว้ทำลาย แต่ไม่ใช่กับผู้ชายที่ชื่อ “มิเกล อาร์เตต้า” ที่สนามเวมบลีย์ กุนซือชาวสแปนิชเตรียมนำ อาร์เซน่อล ลงชิงชัยถ้วยคาราบาว คัพ 2025/26 พร้อมรักษาสถิติสุดมหัศจรรย์ ชนะรวด 100% ทุกครั้งที่มาเยือนสังเวียนแห่งนี้ในนามสโมสร

ความมั่นใจของเหล่า “เดอะ กูนเนอร์ส” พุ่งทะลุปรอทก่อนเกมคาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 22 มีนาคมนี้ เมื่อประวัติศาสตร์บ่งบอกชัดเจนว่า มิเกล อาร์เตต้า มี “ออร่า” พิเศษเสมอเมื่อก้าวเท้าลงบนผืนหญ้าในสนามกีฬาแห่งชาติอังกฤษ โดยเขามีสถิติชนะรวด 12 นัดสะสมมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเตะจนถึงปัจจุบันในบทบาทผู้จัดการทีม

การโคจรมาพบกับ แมนฯ ซิตี้ ของศิษย์พี่อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การชิงโล่รางวัลทั่วไป แต่นี่คือ “บันไดขั้นแรก” ของโปรเจกต์ล่า 4 แชมป์ (Quadruple) ที่อาร์เซน่อลกำลังไล่ล่าอย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ โดยปัจจุบันพวกเขายังคงครองตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างเหนียวแน่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถิติ “ชนะรวด 100%” คืออาวุธลับทางจิตวิทยาที่ทำให้นักเตะปืนใหญ่ลงสนามด้วยความฮึกเหิม นัดชิงชนะเลิศครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า อาร์เตต้า จะสามารถตอกย้ำฉายา “ราชาแห่งเวมบลีย์” และพา อาร์เซน่อล เถลิงบัลลังก์แชมป์แรกเพื่อเป็นใบเบิกทางสู่ความยิ่งใหญ่ในบั้นปลายฤดูกาลได้หรือไม่

จิ้งจอก ระส่ำ เลสเตอร์ ถูกสั่งหั่น 6 แต้มเซ่นกฎการเงิน ร่วงโซนแดงทันที

สถานการณ์ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในศึกเดอะ แชมเปียนชิพ ตกอยู่ในภาวะวิกฤต หลังจากคณะกรรมการอิสระมีคำตัดสินลงโทษ ตัดคะแนนจำนวน 6 แต้ม มีผลบังคับใช้ในทันที หลังพบว่าสโมสรละเมิดกฎผลกำไรและความยั่งยืน (PSR) ของพรีเมียร์ลีก

จากการตรวจสอบย้อนหลังในรอบประเมิน 3 ปี (ฤดูกาล 2022–2024) พบว่าทัพ “จิ้งจอกสยาม” มีตัวเลขขาดทุนเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดเป็นจำนวน 20.8 ล้านปอนด์ นอกจากนี้สโมสรยังมีความผิดฐานส่งเอกสารงบการเงินล่าช้ากว่าที่กรอบเวลากำหนด

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการระบุว่าบทลงโทษนี้ได้รับการผ่อนปรนลงมาบ้างแล้ว เนื่องจากสโมสรแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มทางการเงินที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ด้วยระเบียบของลีก ทำให้ต้องมีการบังคับใช้บทลงโทษในฤดูกาลปัจจุบันทันที

ทางด้านสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่นิ่งนอนใจ ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันควัน โดยแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อคำตัดสิน และมองว่าบทลงโทษครั้งนี้ “ไม่สมเหตุสมผล” เมื่อเทียบกับข้อเท็จจริงที่สโมสรได้พยายามปรับปรุงฐานะทางการเงินมาโดยตลอด