Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ท๊อฟฟี่ปิดดีลยืม ‘จอร์จ’ จากสิงห์ พ่วงอ็อปชันซื้อขาด 22 ลป.

เอฟเวอร์ตัน แถลงยืนยันคว้าตัว ไทริค จอร์จ ปีกดาวรุ่งจาก เชลซี คู่แข่งร่วมศึกพรีเมียร์ลีก เข้ามาเสริมทัพด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล พร้อมเงื่อนไขอ็อปชันซื้อขาดในอนาคต

รายงานระบุว่า “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” จะเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าเหนื่อยของแข้งวัย 19 ปีทั้งหมด และสามารถเซ็นสัญญาถาวรได้ที่ค่าตัวราว 22 ล้านปอนด์ ขณะที่ จอร์จ เหลือสัญญากับ “สิงห์บลูส์” อีกไม่นาน

ก่อนหน้านี้ในช่วงซัมเมอร์ ดาวเตะชาวอังกฤษรายนี้เคยตกเป็นเป้าหมายของ ฟูแล่ม ซึ่งพร้อมทุ่มเงินในระดับเดียวกัน แต่สุดท้ายการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น

ไทริค จอร์จ ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ เชลซี ตั้งแต่ฤดูกาลก่อน ลงสนามไปแล้ว 37 นัดรวมทุกรายการ ทำได้ 6 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รวมถึงแชมป์สโมสรโลก

การเสริมทัพครั้งนี้ของ เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ เกิดขึ้นหลังจาก แจ็ค กรีลิช ต้องเข้ารับการผ่าตัดเท้า และมีแนวโน้มพลาดลงสนามยาว ทำให้สโมสรตัดสินใจปิดดีล จอร์จ ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายหน้าหนาว พร้อมมอบเสื้อหมายเลข 19 ให้สวมใส่ทันที

อัล ฮิลาล เปิดตัว ‘เบนเซม่า’ ค่าตัว 25 ลย. เซ็นถึงปี 2027

อัล ฮิลาล ทีมจ่าฝูงแห่งศึกซาอุดี โปรลีก ประกาศคว้าตัว คาริม เบนเซม่า กองหน้าจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสจาก อัล อิตติฮัด คู่แข่งร่วมลีกเป็นที่เรียบร้อย โดยมีรายงานว่าค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 25 ล้านยูโร

ดาวยิงวัย 38 ปี กำลังจะหมดสัญญากับ อัล อิตติฮัด ในช่วงซัมเมอร์นี้ และไม่มีชื่อช่วยทีมใน 2 นัดหลังสุด ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเจ้าตัวปฏิเสธลงสนาม เนื่องจากไม่พอใจเงื่อนไขสัญญาฉบับใหม่ที่สโมสรยื่นให้

ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย เบนเซม่า เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ ได้เดินทางไปเปิดตัวกับ อัล ฮิลาล อย่างเป็นทางการ พร้อมเซ็นสัญญายาวจนถึงปี 2027 โดยทั้งสองสโมสรอยู่ภายใต้การบริหารของกองทุน PIF กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย

ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลครึ่งกับ อัล อิตติฮัด เบนเซม่า ฝากผลงานยิงไป 54 ประตู กับอีก 17 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 83 นัดรวมทุกรายการ หลังย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวจาก เรอัล มาดริด

ฤดูกาลที่ผ่านมา เขามีบทบาทสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ลีก พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล และยังช่วยทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศได้อีกหนึ่งรายการ

อย่างไรก็ตาม ซีซั่นนี้ผลงานของ อัล อิตติฮัด กลับดร็อปลงอย่างเห็นได้ชัด หลังมีการเปลี่ยนตัวกุนซือจาก โลร็องต์ บล็องก์ เป็น เซร์กิโอ คอนไซเซา ส่งผลให้ทีมร่วงไปอยู่อันดับ 6 ของตาราง

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมอัล นาสเซอร์ ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มทุน PIF เช่นกัน เคยแสดงท่าทีไม่ต้องการลงเล่น เพื่อขัดขวางการย้ายทีมของเบนเซม่า แต่สุดท้ายดีลดังกล่าวก็ลุล่วงไปด้วยดี

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันในลีก อัล ฮิลาล ภายใต้การคุมทีมของ ซิโมเน่ อินซากี้ ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูง โดยมีแต้มนำ อัล นาสเซอร์ อยู่ 3 คะแนน หลังผ่านการแข่งขันไปแล้วกว่าครึ่งฤดูกาล

สิงห์ยันเรียก ‘ซาร์’ กลับจากยืมตัวหลังพลาดเป้ากองหลังใหม่

เชลซี ตัดสินใจเรียกตัว มามาดู ซาร์ กองหลังดาวรุ่งวัย 20 ปี กลับจากการยืมตัวกับ สตราสบูร์ก เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่เหลือ

ซาร์ ย้ายจาก สตราสบูร์ก มาร่วมทัพ “สิงห์บลูส์” เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และมีโอกาสประเดิมสนามกับทีมไปแล้วในเกมพบ ตูนิส ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ก่อนที่ต้นฤดูกาลจะถูกปล่อยยืมกลับไปค้าแข้งกับต้นสังกัดเดิมเพื่อโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ

การกลับไปเล่นในลีกเอิงทำให้แนวรับรายนี้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของ สตราสบูร์ก ภายใต้การคุมทีมของ เลียม โรซิเนียร์ โดยทำผลงานโดดเด่นจนได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในบางเกม

ก่อนหน้านี้ เชลซี พยายามเสริมทัพในตำแหน่งกองหลังระหว่างตลาดนักเตะเดือนมกราคม และเคยตกเป็นข่าวให้ความสนใจ เฌเรมี่ ฌัคเกต์ แต่ดีลดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ หลังนักเตะเลือกเตรียมย้ายไป ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์หน้า

สุดท้าย สโมสรจึงเลือกดึงตัว ซาร์ กลับมาจากการยืมตัว พร้อมกับปล่อย อารอน อันเซลมิโน่ กองหลังอีกรายที่เพิ่งเรียกกลับมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปให้ สตราสบูร์ก ใช้งานแทนจนจบฤดูกาล

การกลับมาครั้งนี้ยังทำให้ ซาร์ ได้ร่วมงานกับ โรซิเนียร์ อีกครั้ง หลังนายใหญ่ชาวอังกฤษเคยออกปากชื่นชมว่าแนวรับรายนี้มีศักยภาพสูงและสามารถพัฒนาไปเป็นนักเตะระดับโลกได้ในอนาคต

นอกจากนี้ ซาร์ ยังกลับสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฐานะแชมป์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ หลังมีส่วนร่วมกับทีมชาติ เซเนกัล ชุดคว้าแชมป์เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวลงสนามเป็นตัวสำรอง 2 นัด ก่อนจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ และมีส่วนช่วยทีมเฉือนชนะ โมร็อกโก ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

‘คาร์ราเกอร์’ กลืนคำพูด ชี้ ‘คาเซมิโร่’ ยังระดับโลก

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ยอมรับว่า คาเซมิโร่ มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเป็น “นักเตะคนละคน” หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นในช่วงหลัง โดยเฉพาะเกมพรีเมียร์ลีกที่ “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเฉือนชนะ ฟูแล่ม 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

คาเซมิโร่ ทำประตูขึ้นนำด้วยลูกโหม่ง ก่อนจ่ายแบบไม่มองให้ มาเธอุส คุนญ่า ยิงต่อเนื่อง ถือเป็นผลงานที่สะท้อนถึงความมั่นใจและคุณภาพที่ยังคงอยู่ แม้เจ้าตัวประกาศแล้วว่าจะอำลาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังอยู่กับทีมครบ 4 ปี

คาร์ราเกอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยวิจารณ์หนักหลังเกมแพ้ คริสตัล พาเลซ 0-4 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 ยอมรับในรายการ Super Sunday Extra Time ว่า คาเซมิโร่ สมควรได้รับเครดิตเต็มๆ สำหรับการพลิกฟื้นฟอร์ม

“ตอนนี้พูดได้เลยว่าคุณภาพฟุตบอลของเขาไม่ได้หายไปไหน” คาร์ราเกอร์ กล่าว

“ไม่ใช่แค่เกมกับฟูแล่ม แต่รวมถึงเกมเยือนอาร์เซนอล และเกมเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนหน้านี้ด้วย คาเซมิโร่ทำได้ดีมากจริงๆ”

คาร์ราเกอร์ยังกล่าวติดตลกว่า คาเซมิโร่มีสิทธิ์ย้อนกลับมาทวงคำพูดคืนได้เต็มที่ พร้อมย้ำว่าฟอร์มในตอนนี้แตกต่างจากภาพที่เขาเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง

“ก่อนหน้านั้นเขาดูเหมือนนักเตะที่ร่างกายถดถอย แต่ตอนนี้สภาพร่างกายดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการดูแลตัวเองที่จริงจังขึ้นหรือไม่ แต่ต้องยอมรับเลยว่าเขากลับมาได้อย่างน่าชื่นชม”

ใจชื้น!’โซลันกี้’ ปัดข่าวเดี้ยงหนักยันแค่ข้อเท้าพลิก

โดมินิก โซลันเก้ กองหน้าตัวเก่งของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยืนยันด้วยตัวเองว่า เขาไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง หลังถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามช่วงท้ายเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ “ไก่เดือยทอง” เปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว สเปอร์ส ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก หลังโดน “เรือใบสีฟ้า” บุกมาทำประตูจาก รายาน แชร์กี และ อองตวน เซเมนโย่ ทำให้เจ้าถิ่นต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากตั้งแต่ต้นเกม

อย่างไรก็ตาม ในครึ่งหลัง ทีมของ โธมัส แฟร้งค์ แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ก่อนจะฮึดสู้และไล่ตีเสมอได้สำเร็จจากสองประตูของ โซลันเก้ ส่งให้จบเกมแบ่งแต้มกับทีมแชมป์เก่าไปอย่างดุเดือด

แต่ช่วงท้ายเกมกลับมีประเด็นให้แฟนบอลสเปอร์สต้องลุ้น เมื่อ โซลันเก้ มีอาการบาดเจ็บและเดินกะเผลกก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 90

อย่างไรก็ตาม ความกังวลของแฟนๆ ดูจะคลี่คลายลง หลังดาวยิงวัย 27 ปี ออกมายืนยันว่าอาการของเขาไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด

“ผมไม่เป็นไร” โซลันเก้ กล่าวกับ Sky Sports “มันเป็นแค่ข้อเท้าพลิกเล็กน้อย ผมคิดว่าทุกอย่างจะโอเค”

คำยืนยันดังกล่าวน่าจะทำให้ทั้ง โธมัส แฟร้งค์ และแฟนบอลท็อตแน่มโล่งใจไม่น้อย เนื่องจาก โซลันเก้ กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม หลังเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บข้อเท้าที่ทำให้เขาต้องพักยาวไปเกือบครึ่งฤดูกาล

ตั้งแต่กลับมาลงสนามในเดือนมกราคมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม โซลันเก้ ก็ทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำประตูในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ก่อนจะมาซัดสองประตูในพรีเมียร์ลีกเกมล่าสุด ยืนยันถึงบทบาทสำคัญในแนวรุกของสเปอร์สได้อย่างชัดเจน

กล้าไหม!เผยสิงห์พร้อมขาย ‘พาลเมอร์’ หากได้ค่าตัวสถิติโลก

เชลซี แสดงจุดยืนชัดเจนว่า จะยอมพิจารณาปล่อย โคล พาลเมอร์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งออกจากทีม ก็ต่อเมื่อได้รับข้อเสนอในระดับ “ค่าตัวทำลายสถิติโลก” เท่านั้น ท่ามกลางกระแสข่าวที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจคว้าตัวไปร่วมทัพ

แข้งทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี แม้จะเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ผลงานโดยรวมยังคงโดดเด่น และพิสูจน์ตัวเองได้อย่างชัดเจนว่าเป็นหนึ่งในกำลังหลักของ “สิงห์บลูส์” นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

พาลเมอร์ ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมเชลซีด้วยค่าตัวราว 40 ล้านปอนด์ และจากฟอร์มการเล่นที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สโมสรไม่มีความจำเป็นต้องรีบปล่อยตัว เว้นแต่จะได้รับข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ

รายงานจาก Football Insider ระบุว่า เชลซี ประเมินมูลค่าของ พาลเมอร์ ไว้สูงลิ่วในระดับสถิติโลก เพื่อกันท่าความสนใจจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกเชื่อมโยงกับนักเตะรายนี้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวยังเผยเพิ่มเติมว่า ตัวนักเตะเองยังไม่มีแผนย้ายออกจากเชลซีในเร็ว ๆ นี้ และมีท่าทีพร้อมพิจารณาต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสร เพื่อเป็นแกนหลักในโปรเจกต์ระยะยาวของทีมต่อไป

ดีขึ้นชัดเจน!’เชชโก้’ ยกเครดิตให้ ‘คาร์ริค’ ทำผีไม่เหมือนเดิม

เบนยามิน เชชโก้ กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นฮีโร่ในค่ำคืนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังลงมาจากม้านั่งสำรองยิงประตูชัยนาที 90+4 ช่วยให้ทีมเฉือนฟูแล่มสุดมันส์ 3-2 พร้อมยกเครดิตให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือคนใหม่ที่เข้ามาปลุกทีมให้เล่นอย่างมีอิสระและทำงานหนักมากขึ้น

“มันน่าเหลือเชื่อมาก การได้ยิงประตูชัยในบ้านของเรา ผมฝันถึงช่วงเวลาแบบนี้มาตลอด”เชชโก้กล่าว

“ในฐานะทีม เรารู้ดีว่าผลการแข่งขันแต่ละนัดมีความหมายแค่ไหน ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีมาก และหวังว่าจะรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ได้”

เชชโก้ ซึ่งย้ายมาร่วมทีมในยุคของ รูเบน อโมริม ทำไปแล้ว 6 ประตูจากการลงสนาม 21 นัดทุกรายการ แม้ยังไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค

“ผู้จัดการทีมบอกกับเราหลายครั้งให้เล่นอย่างอิสระ และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง”

“ไม่ใช่แค่เกมรุกเท่านั้น แต่ทุกคนยังทำงานหนักมากในจังหวะไม่มีบอล ความขยันและวินัยในการยืนตำแหน่งของทีมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และนั่นคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เราคว้าผลการแข่งขันที่ดีในช่วงท้ายเกม”

หงส์ทุ่ม 60 ลป. คว้า ‘ฌักเกต์’ เสริมแนวร่วมทัพซัมเมอร์นี้

ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ แรนส์ เป็นที่เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว เฌเรมี่ ฌักเกต์ กองหลังดาวรุ่งวัย 20 ปี เข้ามาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยค่าตัวอยู่ที่ราว 55 ล้านปอนด์ บวกแอดออนส์อีก 5 ล้านปอนด์ ขณะที่เงื่อนไขส่วนตัวไม่น่ามีปัญหา

ก่อนหน้านี้ “หงส์แดง” เคยพยายามคว้าตัว มาร์ค เกฮี จากคริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ แต่ดีลล่มในวันสุดท้ายของตลาด และสุดท้ายแนวรับทีมชาติอังกฤษย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลมองว่า ฌักเกต์ มีศักยภาพระยะยาวที่คุ้มค่ากว่า และเหมาะสมกับโมเดลการสร้างทีมเพื่ออนาคต

การเสริมทัพครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานทีม หลังจากที่สโมสรเพิ่งคว้าตัว ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, อูโก้ เอกิติเก้, มิลอช เคอร์เคซ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดย ฌักเกต์ ถูกมองว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในแผนระยะยาว

รายงานจาก The Athletic ระบุว่า เชลซี เคยเปิดโต๊ะเจรจากับ แรนส์ เพื่อคว้าตัวแนวรับรายนี้เช่นกัน ขณะที่ อาร์เซนอล ก็เคยให้ความสนใจตั้งแต่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเด่นระหว่างยืมตัวกับ แกลร์กมงต์ ฟุต ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของแรนส์ในลีกเอิง

ฤดูกาลนี้ ฌักเกต์ ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกนัดที่พร้อมลงสนาม และเคยลงครบทุกนาทีจนกระทั่งโดนใบแดงในเกมพบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เขาเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของแรนส์ และผ่านการติดทีมชาติฝรั่งเศสชุด U21 มาแล้ว

สถานการณ์ในแนวรับของลิเวอร์พูลยังน่าจับตา เนื่องจาก โจ โกเมซ และ โจวานนี เลโอนี่ มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ทีมเหลือใช้งานหลัก ๆ แค่ อิบราฮิมา โคนาเต้ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เท่านั้น อีกทั้งสัญญาของโคนาเต้กำลังจะหมดลงในซัมเมอร์นี้ ยิ่งทำให้การคว้าตัว ฌักเกต์ มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับอนาคตของทีม

พร้อมลุยต่อ!’เป๊ป’ ชี้ปัญหาของเรือคือความต่อเนื่อง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายอมรับว่า “ความสม่ำเสมอ” คือสิ่งที่ทีมยังขาด หลังเกมพรีเมียร์ลีกที่เรือใบสีฟ้าเปิดบ้านเสมอทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ 2-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้จะนำก่อนถึงสองประตู แต่สุดท้ายถูกไก่เดือยทองตามตีเสมอได้ในครึ่งหลัง

ซิตี้ ออกสตาร์ทอย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำ 2-0 ทำท่าว่าจะเก็บสามแต้มได้ไม่ยาก แต่สเปอร์สกลับมาสู้ในครึ่งหลัง พลิกโมเมนตัมจนตามตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไป

“มันเป็นเกมที่ดี หลังจากที่เราเสียประตู เรามีปัญหาเล็กน้อย แต่ลูกทีมก็พยายามกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง โดยรวมถือว่าเล่นได้ดีมาก น่าเสียดายที่เราไม่สามารถคว้าชัยชนะได้”กวาร์ดิโอล่า กล่าว

“เรากำลังเล่นในระดับที่ดีมาก แต่สิ่งที่เรายังขาดคือความสม่ำเสมอในการปิดเกมเพื่อคว้าชัยชนะ ขณะที่บางทีมทำตรงนี้ได้ดีกว่าเรา”

“เรายังมีอีก 14 เกมให้ลงเล่น ช่องว่าง 6 คะแนนกับอาร์เซนอลยังไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เราต้องเดินหน้าสู้กันต่อไป”

คู่หูคนใหม่!’เวียร์ตซ์’ รับสนุกที่ได้เล่นร่วมกับ ‘เอกิติเก้’

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์ของลิเวอร์พูล ออกโรงยกย่องผลงานของ อูโก้ เอกิติเก้ หัวหอกคู่ใจ ว่าเป็นอะไรที่ “เหลือเชื่อมาก” หลังทั้งสองคนประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม พา “หงส์แดง” เปิดรังแอนฟิลด์ไล่ถล่ม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไปแบบขาดลอย 4-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก

เกมดังกล่าวเป็นฝั่งทีมเยือนที่ออกนำไปก่อนจาก แอนโธนี่ กอร์ดอน แต่ความได้เปรียบอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผ่านไปเพียง 5 นาที เวียร์ตซ์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ เอกิติเก้ หลุดเข้าไปซัดตีเสมออย่างเฉียบคม ก่อนที่กองหน้าชาวฝรั่งเศสจะบวกประตูที่สองของตัวเอง ช่วยให้ลิเวอร์พูลแซงนำ

ครึ่งหลัง เวียร์ตซ์ มาซัดประตูที่สามให้เจ้าถิ่นในช่วงกลางเกม ก่อนที่ อิบราฮิมา โคนาเต้ จะมายิงปิดท้ายในช่วงท้ายเกม ส่งให้ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะไปด้วยสกอร์ 4-1 อย่างสวยงาม

จากผลงานนัดนี้ทำให้ เวียร์ตซ์ กับ เอกิติเก้ มีส่วนร่วมกับประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้รวมกันแล้ว 6 ประตู มากที่สุดในบรรดาคู่หูนักเตะทั้งหมดของลีก

“เขาเหลือเชื่อจริงๆ” เวียร์ตซ์ ให้สัมภาษณ์กับ TNT Sports ถึง เอกิติเก้

“วันนี้ทุกคนก็เห็นแล้ว เขายิงสองประตูสวยมาก และการได้เล่นร่วมกับเขาในสนามมันสนุกจริงๆ ผมดีใจที่ได้แอสซิสต์ให้เขาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เขาก็เป็นคนจ่ายให้ผมหลายหน”

นับตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา เวียร์ตซ์ มีส่วนร่วมกับประตูแรกในพรีเมียร์ลีก เขากลายเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูรวมทุกรายการมากที่สุดในลีก ณ เวลานี้ โดยทำไปแล้ว 9 ครั้ง แบ่งเป็นยิง 6 และแอสซิสต์ 3

“ผมมีความสุขมาก ผมชอบทั้งการยิงประตู การแอสซิสต์ และการช่วยทีมให้ชนะ” ดาวเตะชาวเยอรมันกล่าวเสริม

“ผมอยากรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป เพราะมันช่วยเพิ่มทั้งความสุขและความมั่นใจ ยิ่งถ้าช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้ มันก็ยิ่งดีเสมอ”

ขอเวลา!’เซิร์กซี’ ไม่ยอมแพ้ขออยู่ผีต่อจนจบฤดูกาล

โจชัว เซิร์กซี กองหน้าวัย 24 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าจะอยู่ค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดต่อไปจนจบฤดูกาล แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานเชื่อมโยงถึงการย้ายทีมในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม

รายงานจาก The Sun ระบุว่า ดาวยิงวัย 24 ปี แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการอยู่กับ “ปีศาจแดง” ต่อไป หลังตลาดหน้าหนาวปิดตัวลง โดยยังไม่มีความคิดย้ายทีมในเวลานี้ และพร้อมสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองจนจบซีซั่น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเดียวกันเผยว่า อนาคตของ เซิร์กซี อาจถูกนำมาพิจารณาอีกครั้งหลังจบฤดูกาลนี้ โดย แมนฯ ยูไนเต็ด อาจตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกไปเพื่อระดมทุนสำหรับการคว้ากองหน้าตัวเป้ารายใหม่เข้ามาเสริมทัพ

ก่อนหน้านี้ เซิร์กซี พลาดการลงสนามในสองเกมแรกภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล คาร์ริค ในฐานะกุนซือชั่วคราว เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่ล่าสุดเจ้าตัวกลับมาฟิตสมบูรณ์และพร้อมเป็นตัวเลือกในเกมพบ ฟูแล่ม วันอาทิตย์นี้

“ผมคิดว่าจอชพยายามอย่างหนักมากเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และการได้เห็นเขากลับมาซ้อมกับทีมเป็นครั้งแรกเมื่อวานถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม”คาร์ริค กล่าว

“สำหรับผมแล้ว แค่นั้นก็เพียงพอ ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับเขา และไม่มีอะไรต้องพูดเพิ่มเติม”

ทั้งนี้ เซิร์กซี หวังว่าการเปลี่ยนแปลงภายในทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นใหม่กับสโมสร อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ตำแหน่งตัวจริงอาจไม่ง่ายนัก หลังคาร์ริคเลือกใช้งาน ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เป็นกองหน้าตัวกลาง โดยมี เบนจามิน เชชโก้ รับบทตัวเลือกสำรองในช่วงสองเกมที่ผ่านมา

‘ซานเชส’ เดือดปะทะแฟนสิงห์พักครึ่งก่อนพลิกชนะค้อน

โรเบิร์ต ซานเชซ นายทวารของ เชลซี ออกมาตอบโต้เสียงโห่จากแฟนบอลในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ระหว่างช่วงพักครึ่ง หลัง “สิงห์บลูส์” เป็นฝ่ายตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-2 ก่อนพลิกสถานการณ์กลับมาแซงชนะสุดมัน 3-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เลียม โรซีเนียร์ ออกสตาร์ตได้อย่างน่าผิดหวัง หลังโดน “ขุนค้อน” บุกมานำถึงสองประตูในครึ่งแรก จากผลงานของ จาร์ร็อด โบเวน และ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ทำให้บรรยากาศในสนามเริ่มตึงเครียด

เมื่อเสียงนกหวีดจบครึ่งแรกดังขึ้น แฟนบอลเจ้าถิ่นจำนวนไม่น้อยแสดงความไม่พอใจ ด้วยการส่งเสียงโห่และเยาะเย้ยใส่นักเตะเชลซีอย่างชัดเจน ทว่าปฏิกิริยาดังกล่าวกลับไม่ถูกใจ ซานเชซ ที่หันไปตะโกนใส่แฟนบอลบริเวณอุโมงค์ว่า

“ใจเย็นกันหน่อย เรายังมีเวลาอีก 45 นาที ช่วยเชียร์พวกเราด้วย”

ช่วงพักครึ่ง โรซีเนียร์ ตัดสินใจแก้เกมครั้งใหญ่ เปลี่ยนตัวพร้อมกันถึงสามราย ส่ง เวสลีย์ โฟฟาน่า, มาร์ค คูคูเรลญ่า และ เจา เปโดร ลงสนาม แทน เบอนัวต์ บาเดียชีล, จอร์เรล ฮาโต้ และ อเลฮานโดร การ์นาโช่

การแก้เกมได้ผลทันตา เมื่อ เจา เปโดร โหม่งทำประตูตีไข่แตกให้เชลซีในนาทีที่ 57 ก่อนที่ คูคูเรลญ่า จะยิงประตูตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 70 และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ ซัดประตูชัยพาทีมแซงคว้าสามแต้มสำคัญ

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เชลซี เก็บชัยในพรีเมียร์ลีกได้เป็นนัดที่สามติดต่อกัน พร้อมเรียกเสียงปรบมือจากแฟนบอลที่เคยโห่ใส่ในช่วงพักครึ่งได้สำเร็จ