อาร์เน่ สล็อท กุนซือของ ลิเวอร์พูล ออกโรงตำหนิลูกทีมว่าขาดจิตวิญญาณนักสู้ ในช่วงต้นครึ่งหลัง หลังบุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบหมดรูป 0-4 ตกรอบ เอฟเอ คัพ
เกมที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม เจ้าถิ่นได้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซัดแฮตทริกในนาที 39, 45+2 และ 57 ขณะที่ อองตวน เซเมนโย่ ยิงเสริมอีกลูกในนาที 50 ส่งให้ “เรือใบสีฟ้า” ผ่านเข้ารอบอย่างขาดลอย
หลังจบเกม สล็อทเผยว่า ในช่วงก่อนเสียประตูแรก ทีมยังเล่นได้ตามแผนและอยู่ในเกม แต่ปัญหาเกิดขึ้นจากจังหวะเปลี่ยนเกมเร็วของคู่แข่ง โดยเฉพาะสองครั้งที่เสียบอลจากลูกทุ่ม ซึ่งนำไปสู่การโดนลงโทษทันที
“ผมไม่รู้สึกว่าเราขาดจิตใจนักสู้ จนกระทั่งเสียประตูแรก จากนั้นผมยังคิดว่าเราอยู่ในเกมได้ แต่ซิตี้บุกเร็วและได้โอกาสหลุดขึ้นมาสองครั้งจากจังหวะที่เราทุ่มบอลออก” โค้ชชาวดัตช์กล่าว
“ประตูที่สองค่อนข้างคล้ายกับที่เราเคยเสียในสนามนี้เมื่อต้นฤดูกาล และนี่เป็นครั้งที่สองที่เราเจอซิตี้แล้วเสียประตูก่อนจบครึ่งแรกพอดี”
- ‘เบ็คแฮม’ ปลื้มเปิดสนามใหม่ไมอามี่มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์
- ไม่ธรรมดา!’การ์นาโช่’ เปิดตัวรักใหม่นางแบบสาวสเปน
- ‘โรซีเนียร์’ ย้ำชัดไม่ปลด ‘เอ็นโซ่’ จากรองกัปตัน
“แน่นอนว่าผมคิดถึงจิตวิญญาณนักสู้ของลูกทีมในช่วง 10 นาทีแรกของครึ่งหลัง หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็เหมือนยอมรับสกอร์ 4-0 ไปแล้ว ในช่วง 10-15 นาทีนั้น ผมอยากเห็นความมุ่งมั่นในการดวลตัวต่อตัว พยายามเข้าถึงก่อนเพื่อทำให้คู่แข่งลำบากในการจ่ายบอล ครอส หรือยิงประตู”
“ผมไม่คิดว่าเป็นแบบนี้ทุกเกม แต่เมื่อดูจังหวะเสียประตู ผมเห็นคู่แข่งวิ่งโดยไม่มีใครตาม ผมเห็นครอสที่ไม่มีคนบล็อก และการดวลหน้าประตูที่เราเอาชนะไม่ได้ มันไม่ได้เกิดทั้งเกม แต่ทุกครั้งที่เกิดขึ้น เราก็มักเสียประตูทันที”
“หากไม่ทำให้ผู้เล่นที่ดีของคู่แข่งลำบาก คุณก็จะเสียประตูทันที เกมต่อไปเราจะเจอทีมที่แข็งแกร่งเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่เราต้องพัฒนาให้ดีขึ้นในวันพุธ”
“ผลการแข่งขันพูดได้เอง มันเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่” โดย สล็อท ยอมรับว่าช่วง 20 นาทีที่เสียสี่ประตูนั้น “ไม่ใช่มาตรฐานของลิเวอร์พูล”