Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘พัลเมอร์’ เปิดตัวโลโก้แบรนด์ Cold Palmer อย่างเป็นทางการ

โคล พัลเมอร์ แนวรุกฟอร์มแรงของ เชลซี เปิดตัวโลโก้แบรนด์ส่วนตัว “Cold Palmer” อย่างเป็นทางการ หลังท่าดีใจสุดไอคอนิกกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบ

ก่อนหน้านี้ พัลเมอร์เคยประสบปัญหาในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เนื่องจาก ชาโต พัลเมอร์ ไวน์ระดับไฮเอนด์จากแคว้นบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส แสดงความกังวลว่าชื่อ “Cold Palmer” อาจสร้างความสับสน หากถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ประเภทไวน์

ส่งผลให้ดาวเตะทีมชาติอังกฤษเลือกจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ยกเว้นหมวดผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไวน์ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาททางกฎหมาย

ล่าสุด พัลเมอร์ได้เปิดตัวโลโก้แบรนด์ “Cold Palmer” อย่างเป็นทางการ โดยนำท่าดีใจอันเป็นเอกลักษณ์ที่เอามือถูแขนทั้งสองข้าง ราวกับกำลังเผชิญความหนาวเย็น มาเป็นแกนหลักของดีไซน์ สะท้อนบุคลิกสุขุม เยือกเย็น และความมั่นใจในสนาม

การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ พัลเมอร์ กลายเป็นนักฟุตบอลรายล่าสุดที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง ต่อจาก ลามีน ยามาล ดาวรุ่งบาร์เซโลนา ที่เพิ่งเปิดตัวโลโก้ส่วนตัวร่วมกับ อาดิดาส เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ เหล่าซูเปอร์สตาร์ลูกหนังอย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ และ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ต่างก็ประสบความสำเร็จกับการสร้างแบรนด์ส่วนตัวมาแล้วเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของนักฟุตบอลยุคใหม่ทั้งในและนอกสนาม

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Cole Jermaine Palmer (@colepalmer10)

ไม่ทน!’เป๊ป’ แจงเคารพผู้ตัดสินแต่ต้องวิจารณ์เพื่อทีม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายืนยันว่าเขามีหน้าที่ต้องปกป้องสโมสรและนักเตะ หลังจากช่วงที่ผ่านมาได้วิจารณ์มาตรฐานการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในอังกฤษ โดยเฉพาะกรณี ฟาราย ฮัลลัม ที่ปฏิเสธการให้จุดโทษในเกมพบ วูล์ฟส์ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวาง

แม้เจ้าตัวจะกล่าวคำขอโทษต่อ ฮัลลัม สำหรับคอมเมนต์ที่อาจทำให้ผู้ตัดสินรู้สึกไม่สบายใจ แต่ กวาร์ดิโอล่า ยังย้ำว่าเขาไม่พอใจกับหลายการตัดสินที่เกิดขึ้นกับทีม ไม่ว่าจะเป็นประตูที่ถูกริบในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด หรือจังหวะที่ ดิโอโก้ ดาโลท์ ไม่โดนใบแดงในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

นอกจากนี้ กวาร์ดิโอล่า ยังได้กล่าวถึง ฮาเวิร์ด เว็บบ์ หัวหน้าผู้ตัดสินถึง 3 ครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างเขากับองค์กรผู้ตัดสิน

“ผมเคารพผู้ตัดสินอย่างมากตลอด 9 หรือ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตอนแพ้หรือสถานการณ์ไหน ผมแทบไม่เคยพูดอะไรเลย”เป๊ปกล่าว

“ฤดูกาลที่แล้ว ผมตำหนิผู้ตัดสินกี่ครั้งกัน? ซึ่งมันเป็นฤดูกาลที่แย่ที่สุดในรอบ 10 ปีของเรา”

เขายังยกตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีต เช่น นัดชิงเอฟเอ คัพ ที่แพ้ คริสตัล พาเลซ รวมถึงจังหวะแฮนด์บอลและตำแหน่งการยืนของผู้ตัดสิน โดยย้ำว่าตนเลือกที่จะเงียบมาโดยตลอด

“ผมต้องปกป้องสโมสรและนักเตะของผม เมื่อคุณใช้เวลา 6 นาทีเพื่อตรวจสอบและริบประตูในคาราบาว คัพ ผมก็จำเป็นต้องพูด”

พร้อมกันนี้ กวาร์ดิโอล่ายังกล่าวถึงเหตุการณ์แฮนด์บอลในเกมกับวูล์ฟส์ และเปรียบเทียบกับการตัดสินในเกมระหว่าง คริสตัล พาเลซ พบ เชลซี ว่าเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องตั้งคำถาม

สำหรับกรณีของฟาราย ฮัลลัม กวาร์ดิโอล่ากล่าวปิดท้ายว่า “หากเขารู้สึกไม่สบายใจกับคำพูดของผม ผมต้องขอโทษอย่างจริงใจ ผมรู้ว่าการทำหน้าที่นัดแรกไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนค่อนข้างอ่อนไหว และผมเข้าใจเรื่องนั้นดี”

ไม่เซอร์ไพรส์!’แม็คโทมิเนย์’ เชื่อมือ ‘คาร์ริค’ คุมผีถูกทาง

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ มิดฟิลด์ทีม นาโปลี ยืนยันว่าไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์กับผลงานการคุมทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อดีตต้นสังกัด หลังพาทีม “ปีศาจแดง” ประเดิมสองนัดแรกด้วยการเปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 และบุกเฉือน อาร์เซน่อล 3-2 จนทะยานขึ้นท็อปโฟร์พรีเมียร์ลีก

ก่อนเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่นาโปลีมีคิวพบเชลซี แม็คโทมิเนย์ซึ่งเติบโตจากอะคาเดมีของยูไนเต็ด ถูกถามถึงความรู้สึกต่อผลงานของคาร์ริค โดยเจ้าตัวย้ำชัดว่าไม่รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด

“พูดตามตรง ผมไม่เซอร์ไพรส์เลย ผมรักและเคารพคาร์ริคมาก” แข้งทีมชาติสกอตแลนด์วัย 29 ปี กล่าว

“คาร์ริค รวมถึง เคียแรน แม็คเคนน่า และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ช่วยผมไว้มากในช่วงที่พวกเขาอยู่กับยูไนเต็ด”

“ผมขอให้พวกเขาเจอแต่สิ่งดี ๆ ผลงานสองนัดแรกยอดเยี่ยมมาก เกมใหญ่กับอาร์เซน่อลและซิตี้สำคัญก็จริง แต่เกมกับทีมที่ถูกมองว่าเป็นรองก็สำคัญไม่แพ้กัน”

“ผมภูมิใจในตัวผู้เล่นทุกคนของยูไนเต็ด และหวังว่าพวกเขาจะรักษามาตรฐานแบบนี้ต่อไปได้”

ขณะเดียวกัน นาโปลี แชมป์เก่าเซเรียอา เพิ่งพลาดท่าในเกมลีกหลังบุกพ่ายยูเวนตุส 0-3 ทำให้สถานการณ์ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องลุ้นหนักเพื่อจบในอันดับท็อป 24 สำหรับการผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ

“เรารู้ดีว่าเกมนี้จำเป็นต้องชนะ ผมเคยเจอกับเชลซีมาหลายครั้ง เลยรู้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งแค่ไหน”

“เชลซีมีนักเตะที่ยอดเยี่ยม และผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ดีมาก เราตื่นเต้นกับเกมนี้ และหวังว่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ”

ฝันว่าเชิดสิงโต เปิดคำทำนายเสี่ยงโชค รวมเลขมงคลแม่นๆ

ฝันว่าเชิดสิงโต เป็นนิมิตที่สะท้อนถึงพลังใจ ความกล้าหาญ และการก้าวสู่ความสำเร็จอย่างสง่างาม สิงโตถือเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความเป็นผู้นำ และเกียรติยศ การได้เชิดสิงโตในความฝันจึงเปรียบเสมือนสัญญาณของการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะในด้านการงานและการเงิน มีเกณฑ์โดดเด่น ได้รับโอกาสดี ๆ หรือโชคลาภเข้ามาแบบไม่คาดคิด นอกจากนี้ยังหมายถึงผลลัพธ์อันคุ้มค่าจากความพยายามและความมุ่งมั่นที่คุณได้ทุ่มเทมาก่อนหน้าดังนั้นวันนี้ 365kub ขอพาสมาชิกทุกท่านไปเจาะลึกความหมายของความฝันว่าเชิดสิงโต ว่าซ่อนนัยสำคัญใดไว้บ้าง พร้อมเปิดมุมมองดีๆ ที่อาจเป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จในชีวิต ไปติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ที่นี่

ฝันว่าเชิดสิงโต

ความหมายทั่วไปของการฝันว่าเชิดสิงโต

สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและอำนาจ – เชิดสิงโตต้องใช้ความแข็งแรง ความพร้อมเพรียง และความกล้าหาญอย่างสูง ความฝันนี้จึงบ่งบอกว่าคุณกำลังเข้าถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง มีความมั่นใจมากขึ้น พร้อมเป็นผู้นำ หรือกำลังจะเผชิญและเอาชนะอุปสรรคใหญ่ในชีวิตได้สำเร็จ

ความสำเร็จและการเฉลิมฉลอง – สิงโตในวัฒนธรรมจีนและไทยมักเกี่ยวข้องกับงานมงคล การฝันว่าเชิดสิงโตจึงหมายถึงการได้รับข่าวดี ความสำเร็จ หรือการเฉลิมฉลองสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต

โชคลาภและสิริมงคล – พิธีเรียกโชค ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และเชิญสิริมงคล ความฝันนี้จึงเป็นนิมิตหมายอันดีเยี่ยมว่าโชคลาภกำลังเคลื่อนเข้ามา การเงินจะดีขึ้นแบบก้าวกระโดด มีโอกาสทอง หรือได้ลาภลอยโดยไม่คาดฝัน

การได้รับการยอมรับจากสังคม – การแสดงต่อหน้าสาธารณชนจำนวนมาก ความฝันนี้จึงสื่อว่าคุณกำลังจะได้รับการยกย่อง ชื่นชม ผลงานของคุณจะถูกประจักษ์ อาจมีชื่อเสียงเกียรติยศ หรือคนในสังคมให้ความเคารพนับถือมากขึ้นอย่างชัดเจน

การเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่มั่นคง – สิงโตเป็นสัตว์ที่มั่นคงและทรงพลัง ฝันนี้อาจบ่งบอกถึงการเริ่มต้นโครงการใหม่ ความสัมพันธ์ใหม่ หรือเส้นทางชีวิตใหม่ที่มีความมั่นคงและมีอนาคตสดใส

เลขมงคลฝันว่าเชิดสิงโต

ฝันว่าเห็นขบวนเชิดสิงโต

สื่อถึงการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและดึงดูดโชคลาภ ความฝันนี้จึงมักเป็นสัญญาณของความเจริญรุ่งเรืองและการเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่ดี มักเกี่ยวข้องกับข่าวดีเรื่องการเงิน การงาน หรือมีคนช่วยสนับสนุนแบบไม่คาดคิด ยิ่งขบวนใหญ่ เสียงกลองดัง คนเยอะ ยิ่งหมายถึงโชคมาแบบจัดเต็ม

เลขเด็ด : 25, 29, 58, 59, 82, 259, 289, 582, 825

ฝันว่าเชิดสิงโตในงานมงคล

เป็นภาพแทนของการต้อนรับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต คุณอาจกำลังจะมีเหตุการณ์สำคัญที่ควรค่าแก่การฉลอง เช่น ความสำเร็จในงาน การเลื่อนตำแหน่ง หรือการเริ่มต้นสิ่งใหม่ นอกจากนี้ยังรวมถึงคุณจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากครอบครัว เพื่อน หรือทีมงาน

เลขเด็ด : 49, 47, 79, 94, 479, 497, 794, 947

ฝันว่าเชิดสิงโตแล้วคนดูเยอะ

สื่อถึงการที่คุณจะได้รับความสนใจ การยอมรับ หรือชื่อเสียงในสิ่งที่คุณทำ ใครที่ทำธุรกิจ ค้าขาย หรือทำงานที่ต้องออกหน้าสื่อ จะยิ่งส่งผลดีเป็นพิเศษ นอกจากนี้การมีผู้คนมากมายเข้ามาชม ยิ่งตอกย้ำว่าความสุขและโชคลาภกำลังจะเข้ามาอย่างกว้างขวาง

เลขเด็ด : 89, 98, 19, 18, 189, 198, 819, 981

ฝันว่าเชิดสิงโตแต่ไม่มีคนดู

สะท้อนถึงความรู้สึกภายในใจมากกว่าลางร้าย มักเกี่ยวข้องกับการทุ่มเท ทำเต็มที่ แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับหรือความสนใจเท่าที่ควรและเป็นการเตือนว่าความสำเร็จหรือโชคลาภอาจยังไม่ปรากฏชัด ต้องใช้เวลาและความพยายาม

เลขเด็ด : 04, 06, 40, 46, 60, 406, 460, 046, 604

ฝันว่าเชิดสิงโตแต่เกิดอุปสรรค

เมื่อมีอุปสรรคเข้ามาในฝัน แสดงว่าคุณอาจกำลังเจอความท้าทายหรือปัญหาที่ต้องแก้ไขก่อนจะถึงเป้าหมาย เป็นบททดสอบว่าคุณจะสามารถก้าวผ่านไปได้หรือไม่ หากผ่านได้ ความสำเร็จจะยิ่งมั่นคง และอาจหมายถึงโชคลาภหรือโอกาสดีๆ กำลังมา แต่ยังมีสิ่งที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน

เลขเด็ด : 13, 15, 31, 35, 51, 135, 153, 315, 351

สรุป

ฝันว่าเชิดสิงโต เป็นฝันมงคล มักเป็นสัญญาณเชิงบวกที่กระตุ้นให้ผู้ฝันมั่นใจในตัวเองมากขึ้น โดยจะสื่อถึงโชค ความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง และการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ชีวิตมีโอกาสกำลังจะพลิกจากร้ายกลายเป็นดีเข้ามาแบบไม่คาดคิด ดังนั้นโดยรวมแล้วเป็นความฝันที่สื่อถึงความก้าวหน้าและความเป็นมงคลในชีวิตอย่างไรก็ตาม ยังต้องใช้ความเพียรและไม่ประมาทของสมาชิก เพื่อให้ความฝันกลายเป็นความจริงด้วยเช่นกัน

ไม่ตอบโจทย์!’คาร์ร่า’ สับแนวรุกปืนไม่มีตัวเปลี่ยนเกม

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูลและนักวิเคราะห์ชื่อดัง ออกมาแสดงความเห็นหลังเกมที่อาร์เซนอลเปิดบ้านแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 โดยมองว่าปัญหาใหญ่ของทีม “ปืนใหญ่” อยู่ที่แนวรุกที่ยังขาดคุณภาพระดับเวิลด์คลาส

ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ช่องว่างระหว่างอาร์เซนอลกับจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกถูกบีบเหลือเพียง 4 คะแนน ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังคงกดดันต่อเนื่องหลังเอาชนะวูล์ฟส์ 2-0

คาร์ราเกอร์ แสดงความเห็นในรายการ Monday Night Football ว่า ปัญหาหลักของอาร์เซนอลไม่ได้อยู่ที่สภาพจิตใจ แต่คือคุณภาพในพื้นที่สุดท้ายของเกมรุก

“ผมไม่คิดว่าอาร์เซนอลขาดความแข็งแกร่งทางจิตใจนะ แต่พวกเขาขาดคุณภาพในพื้นที่สุดท้ายต่างหาก”คาร์ราเกอร์กล่าว

“อาร์เซนอลมีซูเปอร์สตาร์ตัวจริงในแนวรุกไหม? ผมรู้สึกแบบนี้มาหลายปีแล้ว และมันคือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงยังไปไม่ถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก”

เขายังยกตัวอย่างนักเตะระดับท็อปอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เคยพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ หรือ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กับ เควิน เดอ บรอยน์ ที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยชี้ว่าอาร์เซนอลยังไม่มีนักเตะแบบนั้น

“จริงๆ ผมไม่ได้คิดว่าอาร์เซนอลเก่งขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีหลังด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะแมนฯ ซิตี้ กับลิเวอร์พูลฟอร์มดร็อปลงมากกว่า”

“ผมยังคิดว่าอาร์เซนอลมีโอกาสคว้าแชมป์ลีก และเป็นทีมที่ดีที่สุดก็จริง แต่พวกเขายังขาดคุณภาพระดับเวิลด์คลาสในแดนบน”

“พวกเขาไม่ได้สร้างโอกาสมากพอให้กองหน้าคนไหนเลย ไม่ว่าจะเป็น เชซุส, ไค ฮาเวิร์ตซ์ หรือ เยอเคเรส”

“ถ้าอาร์เซนอลจะคว้าแชมป์ลีกได้จริง เหตุผลหลักจะไม่ใช่แนวรุก แต่จะเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็ค ผู้รักษาประตู และ เดแคลน ไรซ์”

‘เทอร์รี่’ ยิ้มปืนหมดสิทธิ์ทำลายสถิติเสียประตุน้อยสุดของสิงห์

จอห์น เทอร์รี่ อดีตกัปตันทีมเชลซี ออกมาแสดงความดีใจหลังจากที่สถิติการเสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกยังคงอยู่ต่อไปอีกฤดูกาล หลังอาร์เซนอลพ่ายแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ แนวรับของอาร์เซนอลภายใต้การนำของ วิลเลียม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส และผู้รักษาประตูอย่าง ดาวิด ราย่า ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง จนถูกมองว่ามีโอกาสลุ้นทำลายสถิติของเชลซีที่เสียเพียง 15 ประตูตลอดฤดูกาล 2004/05 ในยุคของ โจเซ่ มูรินโญ่

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มเกมรับของ “เดอะ กันเนอร์ส” เริ่มสะดุดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และความหวังดังกล่าวต้องยุติลง หลัง แพทริค ดอร์กู ยิงประตูให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นนำในช่วงต้นครึ่งหลัง ส่งผลให้สถิติของเชลซียังคงปลอดภัยไปอีกฤดูกาล

“สถิตินี้ยังปลอดภัยไปอีกปีแล้ว”เทอร์รี่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย

“วันที่ 25 มกราคม 2026 สถิตินี้ยังอยู่ แมนยูนำอาร์เซนอล 2-1 เหลือเวลาอีก 25 นาที และสถิติก็ปลอดภัยไปอีกฤดูกาลแล้ว”

เทอร์รี่ยังเอ่ยถึงอดีตเพื่อนร่วมแนวรับระดับตำนานของเชลซีอย่าง ปีเตอร์ เช็ก, เปาโล เฟอร์เรร่า, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ และ วิลเลียม กัลลาส พร้อมชวนกันฉลองความสำเร็จในอดีต

“คืนนี้ผมคงฉลองด้วยไวน์สักขวด และอยากถามแฟนบอลว่าคิดว่าสถิติเสีย 15 ประตูต่อฤดูกาลนี้จะถูกทำลายได้ไหม ส่วนตัวผมคิดว่ายังยากอยู่”

เจ้าตัวยังยอมรับว่าเคยแอบกังวลกับฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลของอาร์เซนอล แต่ย้ำว่านี่เป็นเพียงเดือนมกราคม และสถิติก็ถูกทำลายความหวังไปแล้วเรียบร้อย

“พูดตรงๆ ผมยังรู้สึกเสียดายจนถึงทุกวันนี้ เพราะจริงๆ แล้วเราน่าจะเสียประตูน้อยกว่า 10 ลูกด้วยซ้ำ”

สมควรแล้ว!’รูนี่ย์’ พูดตรงปืนพลาดเองเปิดทางผีคว้าชัย

เวย์น รูนี่ย์ ตำนานดาวยิงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชื่นชมทีมเก่าหลังสร้างเซอร์ไพรส์บุกเอาชนะอาร์เซน่อล 3-2 ในเกมบิ๊กแมตช์ที่เอมิเรสต์ สเตเดี้ยมเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นในครึ่งหลังที่โดดเด่นและสมควรคว้าชัยชนะอย่างแท้จริง

“ผมคิดว่าในครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดเยี่ยมมากและสมควรชนะแล้ว อาร์เซน่อลดูประหม่านิดหน่อยและเริ่มต้นครึ่งหลังช้ากว่า ยูไนเต็ดฉวยโอกาสได้ดี เล่นเกมรับเหนียวแน่นและอันตรายทุกครั้งที่สวนกลับ”รูนี่ย์กล่าว

นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือชั่วคราวที่พาทีมคว้าชัยเหนือทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซน่อลภายในสัปดาห์เดียวว่า

“สำหรับไมเคิ่ล มันเยี่ยมมากที่ออกสตาร์ตได้แบบนี้ คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนตั้งแต่เขาเข้ามา เขาต้องดีใจแน่ๆ”

ขณะเดียวกัน รูนี่ย์ยังมองว่า อาร์เซน่อล ยังคงเป็นทีมเต็งในการลุ้นแชมป์ลีกฤดูกาลนี้ แต่ยอมรับว่าผลงานในช่วงหลัง โดยเฉพาะเกมกับ ลิเวอร์พูล, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และล่าสุดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นเรื่องที่ มิเกล อาร์เตต้า ต้องกลับไปทบทวนอย่างจริงจัง

‘ลัมเมนส์’ เผยแท็กติก ‘คาร์ริค’ ไม่มีอะไรพิเศษแต่ได้ผล

เซนเน่ ลัมเมนส์ นายทวารวัย 23 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือใหม่ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงซับซ้อน แต่เพียงย้ำให้ลูกทีมยึดมั่นใน “พื้นฐานฟุตบอล” หลังพาทีมคว้าชัยสองนัดแรกเหนือคู่แข่งระดับท็อปอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล

คาร์ริคเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และสามารถพา “ปีศาจแดง” เปิดบ้านชนะซิตี้ 2-0 ก่อนบุกเฉือนอาร์เซน่อล 3-2 ทำให้ทีมขยับขึ้นสู่ท็อปโฟร์ทันที

“พูดกันตรง ๆ เจ้านายไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษมากนัก เขาแค่ย้ำให้พวกเรายึดมั่นกับเรื่องพื้นฐานให้ดีที่สุด”ลัมเมนส์กล่าว

“ไม่ว่าจะเป็นการยืนตำแหน่ง การช่วยกันเล่นเกมรับ หรือการเล่นเป็นทีม ทุกอย่างมันคือรายละเอียดพื้นฐาน แต่จำเป็นมาก”

“เขาบอกกับเราชัดเจนว่าเขาคาดหวังอะไรจากทีม เกมกับอาร์เซน่อลมีบางช่วงที่เราทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เราไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนเกมกับซิตี้ แต่เรายังสู้ไปด้วยกัน และเชื่อมั่นในกันและกัน”

ลัมเมนส์ ยังมองไปถึงโปรแกรมถัดไป ที่ ยูไนเต็ด เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฟูแล่ม ซึ่งอาจเป็นบททดสอบที่ยากไม่แพ้เกมใหญ่ที่ผ่านมา

“เราเพิ่งผ่านสองเกมกับทีมระดับท็อปมาได้ แต่จากนี้ไป ความคาดหวังจะสูงขึ้น เพราะเราจะถูกมองว่าเป็นทีมที่ต้องชนะ”

“บางครั้งเกมที่คุณเป็นฝ่ายเหนือกว่า อาจเป็นเกมที่ยากที่สุด หากเราอยากก้าวขึ้นเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เราต้องผ่านสถานการณ์แบบนี้ให้ได้เช่นกัน”

อยู่ยาว!เผยเสือใต้หวังจับ ‘เคน’ ต่อสัญญาใหม่คาดเซ็นถึงปี 2029

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค กำลังเปิดการเจรจากับ แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษ เพื่อขยายสัญญาฉบับใหม่ ตามรายงานของ สกา สปอร์ต เยอรมนี โดยสัญญาปัจจุบันของดาวยิงวัย 32 ปีจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ปี 2027

ปัจจุบัน เคน ยังมีสัญญาค้าแข้งในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า จนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2027 อย่างไรก็ตาม บาเยิร์นไม่รอช้า และต้องการจัดการอนาคตของหัวหอกตัวหลักล่วงหน้า

มักซ์ เอเบิร์ล ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร ออกมายืนยันว่าการพูดคุยกับกองหน้าวัย 32 ปีกำลังดำเนินไปด้วยดี โดยมีแนวคิดขยายสัญญาออกไปจนถึงปี 2028 หรืออาจยาวถึงปี 2029

รายงานยังเสริมว่า ตัวของ เคน เองก็มีท่าทีเปิดกว้างและพร้อมพิจารณาต่อสัญญาอยู่กับ “เสือใต้” ต่อไป หลังปรับตัวกับฟุตบอลเยอรมันได้อย่างยอดเยี่ยม

หากการขยายสัญญาเกิดขึ้นจริง และเคนอยู่กับบาเยิร์นจนครบถึงซัมเมอร์ปี 2029 นั่นจะทำให้อดีตกองหน้าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มีอายุครบ 35 ปีพอดี

ห้ามท้อ!’โอเดการ์ด’ ปลุกแข้งปืนลุกขึ้นสู้หลังพ่ายผี

มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมอาร์เซนอล ออกมาเรียกร้องให้เพื่อนร่วมทีมยืนหยัดและลุกขึ้นสู้ หลังจากบุกไปแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งผลการแข่งขันดังกล่าวสร้างคำถามถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจของทีม “ปืนใหญ่” ว่าพร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์หรือไม่ หลังจากต้องอกหักเป็นรองแชมป์ถึง 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

โอเดการ์ดย้ำว่าเส้นทางการลุ้นแชมป์ยังอีกยาวไกล และสิ่งสำคัญที่สุดคือการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว

“มีหลายจุดที่เราควรทำให้ดีกว่านี้ในสนาม แต่เวลานี้คือช่วงที่เราต้องยืนหยัดไปด้วยกัน” เพลย์เมกเกอร์ทีมชาตินอร์เวย์กล่าว

“พรีเมียร์ลีกไม่เคยเป็นลีกที่ง่าย มันโหดมาก เราต้องทำงานหนักต่อไป ผลักดันกันและกัน และรักษาความเป็นหนึ่งเดียว เพราะตอนนี้เรายังเป็นจ่าฝูงของลีก”

“เราไม่สามารถฟังเสียงภายนอกมากเกินไป สิ่งสำคัญคือการโฟกัสในแต่ละเกม และร่วมมือกันให้ดีที่สุด”

“การเป็นรองแชมป์ 3 ปีติด แน่นอนว่ามันอยู่ในหัวเรา แต่มันก็อาจเป็นเชื้อไฟที่ทำให้เราหิวกระหายและมุ่งมั่นมากขึ้นกว่าเดิม”

“เส้นทางมันยาว และจะมีทั้งช่วงขึ้นและลง วันนี้เราผิดหวังมาก เพราะเราควรชนะเกมนี้ แต่สิ่งสำคัญคือวิธีที่เราจะลุกขึ้นตอบสนอง”

“เรายังเป็นจ่าฝูง เรายังอยู่ในสถานการณ์ที่ดี และเรามีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

‘เกฮี’ เผยไม่โกรธหงส์แม้ดีลล่มเชื่อทุกอย่างมีเหตุผล

มาร์ค เกฮี กองหลังตัวฝหใาของแมนฯ ซิตี้ ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกถึงเหตุการณ์การย้ายทีมที่ถูกยกเลิกในนาทีสุดท้ายกับ ลิเวอร์พูล เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเขาไม่เคยรู้สึกโกรธหรือผิดหวัง และเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตาที่กำหนดไว้ให้เขาได้ย้ายมาร่วมทีม เรือใบสีฟ้า ในที่สุด

ดีลดังกล่าวเคยใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ตกลงค่าตัว 35 ล้านปอนด์ และเกฮีเข้ารับการตรวจร่างกายที่เมอร์ซีย์ไซด์เรียบร้อยแล้ว แต่ สตีฟ พาริช ประธานสโมสรคริสตัล พาเลซ กลับตัดสินใจยกเลิกการเจรจา ทำให้แนวรับวัย 25 ปีต้องกลับไปเล่นให้กับต้นสังกัดเดิมในลอนดอนต่อไป

“ผมตรวจร่างกายเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ทุกอย่างกลับถูกยกเลิกในนาทีสุดท้าย”เกฮีกล่าว

“ใช่ ผมเกือบได้ย้ายไป ลิเวอร์พูล แต่ผมโอเคมากๆ ความคิดของผมคือการก้าวไปข้างหน้าเสมอ ผมเชื่อว่าพระเจ้ามีแผนสำหรับผม หน้าที่ของผมคือโฟกัสกับสิ่งที่สามารถทำให้ พาเลซ ได้ในตอนนั้น”

“ผมไม่สามารถตัดสินการตัดสินใจของคนอื่นได้ แต่การที่ พาเลซ ทุ่มเงินซื้อตัวผมมา มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และผมจะไม่ให้เกียรติสโมสรเลยถ้าผมทำตัวไม่เหมาะสม”

“สิ่งที่ผมทำได้คือมาทำงานทุกวัน ตั้งใจฝึกซ้อม และพิสูจน์ตัวเอง ผมมั่นใจว่านี่คือที่ที่ผมจะพัฒนาและเติบโตในฐานะนักเตะ และผมก็ภูมิใจที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้”

คีย์แมนสำคัญ!’คาร์ริค’ หวัง ‘ดอร์กู’ เจ็บไม่หนัก

ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชื่นชมผลงานของ แพทริค ดอร์กู ดาวรุ่งวัย 21 ปี หลังโชว์ฟอร์มเด่นต่อเนื่อง ยิงประตูสุดสวยช่วยทีมบุกเอาชนะอาร์เซนอล 3-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว ดอร์กู เป็นคนยิงประตูให้ “ปีศาจแดง” แซงนำ 2-1 จากจังหวะยิงไกลนอกกรอบ บอลพุ่งชนคานด้านล่างก่อนเด้งเข้าประตู ผ่านมือ ดาบิด ราย่า อย่างเฉียบคม เพียง 5 นาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง ก่อนที่ยูไนเต็ดจะรักษาสกอร์และคว้าชัยชนะสุดมันไปได้

ดาวเตะวัย 21 ปี กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ หลังเพิ่งทำประตูได้ในเกมดาร์บี้แมตช์ที่ยูไนเต็ดเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน และยังสานต่อฟอร์มเด่นมาถึงเกมนี้ อย่างไรก็ตาม เขาถูกถอดออกจากสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ทำให้แฟนบอลเริ่มเป็นห่วงเรื่องสภาพร่างกาย

“ดูแล้วน่าจะเป็นแค่ตะคริวเล็กน้อย หวังว่าจะไม่มีอะไรเกินกว่านั้น เขาออกจากสนามเพราะทุ่มเทเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมาก และก็หวังว่าอาการจะไม่รุนแรง”คาร์ริค กล่าว

“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ชัดเจน ต้องรอดูอีกครั้ง แต่แน่นอนว่าเราทุกคนหวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไรมาก”

นอกจากประตูสุดสวย ดอร์กู ยังสร้างความอันตรายจากฝั่งซ้ายตลอดทั้งเกม และเกือบมีชื่อบนสกอร์บอร์ดเพิ่มจากการลากตัดเข้าเขตโทษในจังหวะถัดมา เพียงแต่จบสกอร์ไม่ตรงกรอบ ขณะเดียวกัน เขายังช่วยงานเกมรับอย่างหนัก คอยซ้อนและประสานกับ ลุค ชอว์ เพื่อรับมือ บูกาโย ซาก้า อาวุธหลักของอาร์เซนอล โดยเฉพาะในครึ่งหลัง

“แพท เป็นนักเตะคนสำคัญของเราในช่วงสองสามเกมที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เรื่องประตู แต่รวมถึงพละกำลัง คุณภาพ และการสร้างอันตรายในเกมรุก”

“เกมรับเขาก็ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ช่วยลุคตลอดทั้งเกม ต้องรับมือกับทีมที่โจมตีริมเส้นหนัก ๆ ซึ่งไม่ใช่งานง่ายเลย”

“ผมดีใจกับเขามาก ประตูทั้งสองลูกที่เขายิงได้มีรูปแบบต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความทุ่มเท มันยอดเยี่ยมที่ได้เห็นเขามีความสุขและเล่นด้วยรอยยิ้มแบบนี้”