Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ยังไม่ 100%!’พาลเมอร์’ ยังไม่ฟิตเหตุชวดเกมพาเลซ

โคล พาลเมอร์ แนวรุกคนสำคัญของเชลซี ต้องพักต่อเนื่องเป็นเกมที่สองติดต่อกัน หลังมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ท่ามกลางฤดูกาลที่ทัพ “สิงห์บลูส์” เผชิญปัญหานักเตะเดี้ยงอย่างต่อเนื่อง

ดาวเตะวัย 21 ปี ไม่มีชื่อในเกมพรีเมียร์ลีกที่เชลซีเปิดบ้านพบ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้พลาดลงสนามในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่ทีมเอาชนะ ปาฟอส เมื่อช่วงกลางสัปดาห์

ตลอดฤดูกาลนี้ การใช้งานพาลเมอร์ต้องพิจารณาแบบ “นัดต่อนัด” เนื่องจากเจ้าตัวมีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณขาหนีบ และเคยพลาดลงเล่นมาแล้วหลายเกม

“น่าเสียดายสำหรับเรา โคลยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้”เลียม โรซีเนียร์ กล่าว

“ผมพูดเสมอว่าเราต้องการให้นักเตะทุกคนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ การเสี่ยงใช้งานผู้เล่นในช่วงเดือนมกราคมไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่า กับเป้าหมายระยะยาวที่เราต้องการทำให้สำเร็จ”

“เขามีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย อย่างไรก็ตาม เขามีลุ้นกลับมาทันเกมวันพุธ และเราหวังว่าจะได้เห็นเขากลับมาลงสนามอีกครั้ง”

ไก่รอเก้อ!เผยหงส์ตัดสินใจรั้ง ‘ร็อบโบ้’ อยู่ต่อ

ลิเวอร์พูลตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ปล่อย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ออกจากทีมในตลาดซื้อขายเดือนนี้ หลังสถานการณ์แนวรับของสโมสรย่ำแย่จากการบาดเจ็บของนักเตะหลายราย โดยเฉพาะกรณีของ โจ โกเมซ ที่เจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครึ่งแรกในเกมบุกแพ้บอร์นมัธ 3-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เดินหน้าเจรจาอย่างจริงจังเพื่อคว้าตัวกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ ด้วยค่าตัวราว 5 ล้านปอนด์ แต่ดีลดังกล่าวถูกชะลอทันทีเมื่อ “หงส์แดง” ประเมินว่า การปล่อยรองกัปตันทีมออกไปกลางฤดูกาลจะส่งผลเสียต่อทีมมากกว่าผลดี

แม้สัญญาของโรเบิร์ตสันจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่เจ้าตัวยังคงแสดงความเป็นมืออาชีพเต็มที่ และยังเปิดโอกาสสำหรับการย้ายไปสเปอร์สในอนาคต เนื่องจากเจ้าตัวสนใจโปรเจ็กต์ที่ทีม “ไก่เดือยทอง” กำลังสร้างขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง ริคกี้ มัสซาร่า ผู้อำนวยการกีฬาของโรม่า เปิดเผยว่ามีการพูดคุยกับลิเวอร์พูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเรียกตัว คอสตาส ซิมิกาส กลับจากสัญญายืมตัวในอิตาลี แต่ยังไม่ชัดเจนว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

หลังจากประเมินทุกทางเลือกอย่างรอบคอบ ลิเวอร์พูลจึงตัดสินใจเก็บโรเบิร์ตสันไว้กับทีมต่อไปในเดือนนี้ เพื่อเสริมความมั่นคงในแนวรับท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

‘อาร์เตต้า’ ไม่หวั่นเสียงโห่ย้ำปืนต้องยกระดับผลงาน

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของอาร์เซนอล ยอมรับว่าทีมของเขาต้องทำให้ดีกว่านี้ หลังเกมพรีเมียร์ลีกที่พวกเขาเปิดบ้านแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 ท่ามกลางเสียงโห่จากแฟนบอลบางส่วนในสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม

หลังจบเกม อาร์เตต้าให้สัมภาษณ์ว่า ทีมต้องการแรงสนับสนุนจากแฟนบอลแม้ในวันที่ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ พร้อมย้ำว่าแฟนบอลมีสิทธิ์เต็มที่ในการแสดงออกตามความรู้สึกของตนเอง

“เราต้องการพวกเขาในวันที่เราไม่ชนะ” อาร์เตต้ากล่าว

“นี่คือส่วนหนึ่งของความคาดหวังและแรงกดดัน ทุกคนต้องการชัยชนะ และทุกคนมีสิทธิ์แสดงปฏิกิริยาในแบบของตัวเอง”

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกส่วนตัวต่อเสียงโห่ อาร์เตต้าตอบอย่างหนักแน่นว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

“มันไม่สำคัญเลย สิ่งที่สำคัญคือเราต้องทำให้ดีกว่านี้ บางทีสิ่งที่เราทำอาจยังไม่เพียงพอ และเราต้องพัฒนาให้มากขึ้น”

“วันนี้เราทุ่มเททุกอย่าง แต่ยังไม่ดีพอ และเราก็ถูกลงโทษจากความผิดพลาดของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ต้องแก้ไขให้ได้”

‘โรซิเนียร์’ ชื่นชม ‘เอสเตเวา’ แข้งพรสวรรค์สร้างอิมแพคให้สิงห์

เลียม โรซิเนียร์ เฮดโค้ชเชลซี ออกโรงชื่นชม เอสเตเวา แนวรุกดาวรุ่งวัย 18 ปี หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมล่าสุด พร้อมย้ำว่าความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้มาจากใครคนเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันของทั้งทีม

กุนซือสิงห์บลูส์กล่าวว่า ผลงานของเอสเตเวาเป็นสิ่งที่ทีมงานเห็นมาตลอด แม้นักเตะจะเพิ่งหายจากอาการป่วย แต่ทุกครั้งที่ได้โอกาสลงสนามก็สามารถสร้างความแตกต่างได้เสมอ

“มันสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพที่เรารู้อยู่แล้ว เอสเตเวาเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์เป็นพิเศษ แม้สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่เขายังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทุกครั้งที่ได้เล่นภายใต้การคุมทีมของผม” โรซิเนียร์กล่าว

“สิ่งที่ผมพอใจที่สุดในประตูนั้นคือ ทุกคนช่วยกันถอยลงมาเล่นเกมรับอยู่หลังบอล นั่นเปิดพื้นที่ให้เอสเตเวาสร้างสรรค์เกมได้ ผมไม่อยากให้เครดิตกับใครเพียงคนเดียว เพราะทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก ตั้งแต่ เชา เปโดร ที่เพรสซิ่งไม่หยุด เปโดร เนโต้ และเอสเตเวาในแนวรุก รวมถึงกองกลางสองคนและแนวรับที่รับมือกับความแข็งแกร่งของมาตาต้าได้อย่างยอดเยี่ยม”

โรซิเนียร์ยังพูดถึงการดูแลเอสเตเวาในฐานะนักเตะดาวรุ่งว่า สโมสรให้ความสำคัญทั้งในและนอกสนาม โดยมีครอบครัวของนักเตะคอยสนับสนุนอยู่ใกล้ชิด ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง อันเดรย์ ซานโตส และเชา เปโดร ก็ช่วยเหลือเรื่องการสื่อสารและการปรับตัวกับชีวิตในอังกฤษ

“สำหรับนักเตะอายุน้อยที่มีพรสวรรค์สูงแบบนี้ เราต้องบริหารจัดการเวลาในการลงเล่นให้เหมาะสม เลือกเกมที่เขาจะลงไปสร้างอิมแพค ผมจะดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เขามีทั้งฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และเส้นทางอาชีพที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว”

‘สล็อท’ ชี้โปรแกรมถี่ทำหงส์ล้าเกมบุกแพ้บอร์นมัธ 2-3

อาร์เน่ สล็อท เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล ชี้ชัดว่าความอ่อนล้าจากโปรแกรมแข่งถี่ยิบคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมบุกพ่าย บอร์นมัธ 2-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก หลังเพิ่งผ่านเกมหนักในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลางสัปดาห์

เกมดังกล่าว “หงส์แดง” เสียสถิติไม่แพ้ใคร 13 นัดติดต่อกัน เมื่อถูกยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทั้งที่ก่อนหน้านี้สามารถฮึดไล่ตีเสมอจากการตามหลัง 0-2 ได้สำเร็จ จากประตูของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ โดมินิค โซบอสซ์ไล

ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บได้เพียง 4 คะแนนจาก 5 เกมหลังสุดในลีก และมีโอกาสถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึง เชลซี แซงหน้าในพื้นที่ท็อปโฟร์ โดยทั้งสองทีมยังมีโปรแกรมลงสนามในสุดสัปดาห์นี้

สล็อท ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า การแพ้ในช่วงท้ายถือเป็นเรื่องเจ็บปวดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อทีมสามารถกลับสู่เกมได้แล้ว

“มันเป็นเกมที่โหดมาก เราตามหลังถึงสองประตู แต่ยังกลับมาได้ ทว่าสุดท้ายต้องมาเสียประตูในช่วงทดเวลา” กุนซือชาวดัตช์กล่าว

เขายอมรับว่าทีมเสียการควบคุมเกมไปช่วงสั้น ๆ ในครึ่งแรก และการต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนทำให้สถานการณ์ยากขึ้น

“เรามีช่วงประมาณ 5–10 นาทีที่เล่นไม่ได้ตามแผน แต่โดยรวมเราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง เพียงแต่เสียประตูง่ายเกินไป”

“ใน 10 นาทีสุดท้าย เกมเปิดมากขึ้น และผมเห็นชัดว่านักเตะเริ่มหมดแรง เรามีเวลาพักแค่สองวันระหว่างเกมใหญ่ ๆ ซึ่งมันไม่ง่ายเลย”

‘คาร์ริค’ เปิดใจความสัมพันธ์ ‘โซลชาร์’ แน่นแฟ้นเหมือนเดิม

ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจว่าเขายังคงติดต่อพูดคุยกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตผู้จัดการทีม และยืนยันว่าได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเพื่อนเก่า หลังเข้ารับตำแหน่งนายใหญ่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ก่อนหน้านี้ ยูไนเต็ดเคยมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการดึงโซลชาร์กลับมาคุมทีม หลังการปลด รูเบน อโมริม แต่สุดท้ายสโมสรเลือกคาร์ริคเข้ามาทำหน้าที่แทน โดยอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้เคยเป็นหนึ่งในทีมงานสต๊าฟฟ์ของโซลชาร์ตลอดช่วงเวลา 3 ปี และยังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมาจนถึงปัจจุบัน

คาร์ริค เผยว่า โซลชาร์ดีใจกับชัยชนะในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ พร้อมย้ำว่าเขาสามารถหันไปขอคำแนะนำจากอดีตกองหน้าชาวนอร์เวย์ได้เสมอ แม้จะไม่รบกวนบ่อยนัก

“ผมได้คุยกับเขาแล้ว เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมาก เขาซัพพอร์ตผมอย่างเต็มที่อย่างที่หลายคนคงคาดไว้ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและผมเคารพเขามากจริงๆ เขาอวยพรให้ทีมโชคดีและดีใจกับผลการแข่งขันด้วย” คาร์ริค กล่าว

คาร์ริค ยังยอมรับว่าแม้จะสามารถขอคำปรึกษาจาก โซลชาร์ ได้ตลอด แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกันบ่อยนัก โดยมองว่าความเป็นเพื่อนคือการอยู่ตรงนั้นให้กันเมื่อจำเป็น

“มิตรภาพมันก็เป็นแบบนี้ เราพูดคุยกันได้ ผมมีเพื่อนหลายคนที่สามารถขอคำแนะนำได้หากจำเป็น แต่ผมไม่ใช่คนที่ชอบรบกวนใครบ่อย ๆ อย่างไรก็ตาม เขาอยู่ตรงนั้นเสมอเมื่อผมต้องการ”

สำหรับโปรแกรมนัดถัดไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวบุกเยือน อาร์เซน่อล ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นสนามที่ทีมเคยบุกไปคว้าชัยได้ครั้งล่าสุดในยุคของ โซลชาร์ อย่างไรก็ตาม คาร์ริค มองว่าสถิติในอดีตแทบไม่มีผลต่อเกมที่กำลังจะมาถึง

“เกมเมื่อหลายปีก่อนมันจบไปแล้ว นั่นคืออดีต ประสบการณ์อาจช่วยได้บ้าง แต่ผมคิดว่าเกมนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง เป็นการเจอกันของสองทีมที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี และต่างก็เฝ้ารอเกมนี้เหมือนกัน”

กำลังพัฒนา!’แฟรงค์’ ยังเชื่อไก่กำลังมาถูกทาง

โธมัส แฟรงค์ กุนซือชาวเดนมาร์กของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ยืนยันว่าแฟนบอลจะเห็นถึงพัฒนาการของทีม แม้ล่าสุด “ไก่เดือยทอง” บุกไปเสมอ เบิร์นลี่ย์ ทีมรองบ๊วย 2-2 ที่สนามเติร์ฟ มัวร์ และยังคงไร้ชัยในพรีเมียร์ลีก 5 นัดติดต่อกัน

เกมนี้ สเปอร์สออกนำก่อนจาก มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน ช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ถูกเจ้าถิ่นพลิกแซงในครึ่งหลัง ก่อนที่ คริสเตียน โรเมโร่ จะโหม่งตีเสมอในช่วงทดเจ็บ ช่วยให้ทีมเก็บได้เพียงหนึ่งแต้ม และรั้งอันดับ 14 ของตาราง

หลังจบเกม แฟรงค์ถูกแฟนบอลทีมตัวเองส่งเสียงโห่แสดงความไม่พอใจ แต่เจ้าตัวยังคงมองในแง่บวก โดยกล่าวว่า

“ผมอยากขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่เดินทางมาเชียร์ และสนับสนุนทีมตลอดทั้งเกม”แฟรงค์ กล่าว

“ผมมั่นใจว่าพวกเขาสามารถเห็นพัฒนาการของทีมได้ โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เราสร้างโอกาสได้มาก และควรจะทิ้งสกอร์ห่างกว่านี้”

“แม้เราจะทำแบบนั้นไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือความมุ่งมั่นและคาแรกเตอร์ของทีม ที่ยังสู้จนถึงนาทีสุดท้าย”

“เราต้องเดินหน้าต่อไป หลายอย่างที่เราทำถือว่าถูกต้องแล้ว แม้ผลลัพธ์จะยังไม่เป็นใจ”

“เรากำลังรับมือกับอุปสรรคระหว่างเกมได้ดีขึ้น หากจังหวะที่ โซลันกี้ เกือบยิงนำ 2-1 เป็นประตูได้ เกมอาจออกมาแตกต่าง และเราจะอยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมกว่านี้”

“ความสม่ำเสมอของฟอร์มโดยรวมถือว่าโอเค แต่ดูเหมือนว่าใน พรีเมียร์ ลีก เราจำเป็นต้องทำให้มากกว่านี้ เพื่อเปลี่ยนผลงานเป็นชัยชนะ”

‘อาร์เตต้า’ ป้อง ‘เยอเคเรส’ รอจบซีซั่นค่อยตัดสินฟอร์ม

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของ อาร์เซน่อล ยืนยันว่าการประเมินผลงานของ วิคตอร์ เยอเคเรส กองหน้าทีมชาติสวีเดนควรรอจนจบฤดูกาล พร้อมชี้ว่ามีหลายปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา ไม่ใช่เพียงแค่จำนวนประตูที่ทำได้

เยอเคเรส ย้ายมาร่วมทีมในซีซั่นนี้และทำไปแล้ว 9 ประตูจาก 27 เกมรวมทุกรายการ โดยในพรีเมียร์ลีกเขายิงได้ 5 ประตูจากการลงเล่น 20 นัด แม้จะมีเสียงวิจารณ์ตามมา แต่ อาร์เตต้า ย้ำว่าต้องเข้าใจบริบทของลีกและการเปลี่ยนแปลงในเกมฟุตบอลก่อนตัดสินผลงานนักเตะ

“ผมคิดว่าเราควรรอประเมินเขาหลังจบฤดูกาล บางครั้งแม้กระทั่งจบซีซั่นแล้ว ตัวอย่างที่ได้มาก็ยังถือว่าน้อยอยู่ดี” อาร์เตต้า กล่าว

“เราต้องเข้าใจบริบทของลีก เข้าใจว่ากองหน้าคนอื่น ๆ ในลีกต้องเผชิญอะไรบ้าง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบฟุตบอลในปัจจุบัน”

“การประเมินนักเตะไม่ควรมองแค่ด้านเดียว แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย หลายมุมของเกมฟุตบอล”

ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล จะไม่มีชื่อของ อีธาน วาเนรี ในเกมสุดสัปดาห์นี้ หลังดาวรุ่งรายดังกล่าวย้ายไปเล่นให้ โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

อาร์เตต้า อธิบายถึงการปล่อยแข้งวัยรุ่นรายนี้ว่าเป็นไปเพื่ออนาคตของนักเตะเอง

“นักเตะดาวรุ่งของเราต้องการโอกาสลงสนาม และอีธานยังไม่ได้รับโอกาสมากพอที่นี่”

“สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการคือการขัดขวางพัฒนาการของเขา เพราะเขามีพรสวรรค์สูงมาก เขาใช้ชีวิตอยู่กับฟุตบอลอย่างแท้จริง และผมเชื่อว่าการไปอยู่กับมาร์กเซยจะเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขา”

ไม่จบ!’เป๊ป’ เดือด จี้ ‘เว็บบ์’ แจงทำไมเรือไม่ได้จุดโทษ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเรียกร้องให้ ฮาเวิร์ด เว็บบ์ หัวหน้าองค์กรผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก อธิบายกรณีที่ทีมของเขาไม่ได้รับจุดโทษจากจังหวะปัญหาในเกมที่ “เรือใบสีฟ้า” เปิดบ้านเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นนาทีที่ 35 ขณะที่ ซิตี้ นำอยู่ 1-0 เมื่อ เยอร์สัน มอสเกร่า กองหลังวูล์ฟส์ตามสกัด โอมาร์ มาร์มูช ในเขตโทษและบอลไปโดนแขน แต่ ฟาไร ฮัลลัม ผู้ตัดสินซึ่งลงทำหน้าที่นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ปล่อยให้เกมดำเนินต่อ ก่อนจะเช็ก VAR ด้วยตัวเองและยืนยันคำตัดสินเดิม โดยมองว่าแขนของ มอสเกร่า อยู่ในตำแหน่งธรรมชาติ

ฝั่ง ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ กุนซือวูล์ฟส์ ซึ่งรั้งอันดับบ๊วยของตาราง ยืนยันว่านี่คือการตัดสินที่ถูกต้อง แต่ กวาร์ดิโอล่า กลับเห็นต่างอย่างชัดเจน

“วันนี้ผู้ตัดสินเดบิวท์ได้อย่างยิ่งใหญ่ ตอนนี้ทุกคนคงรู้จักชื่อเขาแล้ว” เป๊ป กล่าวหลังเกม

“ผมคงชอบมากถ้าลูกทีมแสดงปฏิกิริยาต่อคำตัดสินนั้น เราชนะทั้งที่ไม่ได้รับการตัดสินที่เป็นใจ”

“ผมคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ตัดสินดูจอข้างสนาม แล้วกลับไม่ให้จุดโทษ ด้วยเหตุผลว่าแขนอยู่ในตำแหน่งธรรมชาติ”

กุนซือชาวสเปนยังย้อนถึงเหตุการณ์ในสัปดาห์ก่อน ที่ซิตี้บุกแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 ซึ่งมีจังหวะ ดีโอโก้ ดาโลท์ รอดพ้นใบแดงตั้งแต่ต้นเกม โดย ฮาเวิร์ด เว็บบ์ เคยออกมาอธิบายผ่านสื่อว่าทีมงานผู้ตัดสินทำหน้าที่ถูกต้อง

“พรุ่งนี้ ฮาเวิร์ด เว็บบ์ ควรออกมาอธิบายว่าทำไมเราถึงไม่ได้จุดโทษ ผมมั่นใจว่าเขาจะทำ”

“เว็บบ์ เคยออกมาชี้แจงเกมกับยูไนเต็ด ซึ่งเหมือนเป็นครั้งแรกที่เขาทำแบบนั้น เพราะมีข้อสงสัยเล็กน้อย”

“การเข้าปะทะของ ดาโลท์ ทำให้ โดกู พลาดลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เกมเจอกับ โบโด กลิมท์”

“แต่ก็ไม่เป็นไร ผมกำลังรอฟังคำอธิบายในวันพรุ่งนี้ เพราะวันพุธเราต้องโฟกัสกับแชมเปี้ยนส์ ลีกแล้ว”

‘ฟาน ไดจ์ค’ โทษลมแรงทำสกัดพลาดแถม VAR ไม่ช่วย

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูล ชี้แจงจังหวะเสียประตูแรกว่าเกิดจากสภาพลมในสนามที่ทำให้อ่านทางบอลยาวพลาด ก่อน “หงส์แดง” บุกแพ้ บอร์นมัธ 2-3 ศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นในนาทีที่ 26 ของเกม เมื่อเจ้าบ้านวางบอลยาวเข้าเขตโทษ ฟาน ไดจ์ค พยายามสกัดแต่พลาด ทำให้ เอวานิลซอน ได้โอกาสยิงผ่านมือผู้รักษาประตู ส่งบอร์นมัธออกนำ 1-0

“ลมในสนามแรงมาก มันทำให้การอ่านทางบอลยาวเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งเล่นบอลแบบนั้นตลอดทั้งเกม”ฟาน ไดจ์คกล่าว

“การเสียประตูไม่ใช่เรื่องที่รับไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าผิดหวังคือเราเสียอีกลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้น”

จังหวะดังกล่าว ลิเวอร์พูลต้องตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ เพราะ โจ โกเมซ ได้รับบาดเจ็บจนต้องออกจากสนาม ขณะที่ วาตารุ เอ็นโด กำลังรอเปลี่ยนตัว ทำให้ทีมต้องเล่นเพียง 10 คน และถูกลงโทษจากความได้เปรียบนี้ของบอร์นมัธ

“หลังเกมทุกคนสามารถพูดได้ว่าควรทำอย่างไร แต่ในสนามเราต้องตัดสินใจภายในเสี้ยววินาที เราเลือกเล่นต่อ และคู่แข่งใช้โอกาสนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมันน่าเสียดายมาก”

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เมื่อฟาน ไดจ์ค โขกประตูตีไข่แตกก่อนหมดครึ่งแรกนาที 45 และ โดมินิค โซบอสซ์ไล ยิงประตูตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 80 แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+5 บอร์นมัธมาได้ประตูชัยจากลูกทุ่มไกล ปิดเกมด้วยชัยชนะสุดระทึก

“จากความรู้สึกของผมในสนาม ผมถูกขัดขวางการเล่นอย่างชัดเจน แต่ผู้ตัดสินและ VAR มองว่าไม่เป็นฟาวล์ ซึ่งเราต้องยอมรับคำตัดสินนั้น”

“เราทุ่มเทกันมากเพื่อกลับมาในครึ่งหลัง และการมาแพ้ในวินาทีสุดท้ายมันยากที่จะยอมรับจริง ๆ”

‘คาร์ริค’ ชี้ ‘คาเซมิโร่’ พร้อมทุ่มสุดตัวปิดฉากกับผีอย่างสวยงาม

ไมเคิล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยว่า คาเซมิโร่ มิดฟิลด์ตัวเก๋าชาวบราซิล ยังคงมีความกระหายที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดในช่วงเวลาสุดท้ายกับทีม หลังสโมสรยืนยันว่าแข้งวัย 33 ปีจะอำลาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้

ยูไนเต็ดตัดสินใจไม่ใช้ออปชั่นขยายสัญญาออกไปอีก 12 เดือนในสัญญามูลค่า 375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ของคาเซมิโร่ ส่งผลให้เขาจะกลายเป็นนักเตะไร้สังกัดในเดือนมิถุนายนนี้ โดยเจ้าตัวย้ายมาจากเรอัล มาดริดเมื่อปี 2022 ด้วยค่าตัวสูงถึง 70 ล้านปอนด์

คาร์ริคเผยว่าได้พูดคุยกับคาเซมิโร่แล้ว และมั่นใจว่าแข้งรายนี้จะทุ่มเทเต็มที่เพื่อปิดฉากเส้นทางกับยูไนเต็ดอย่างสวยงาม

“การประกาศเรื่องอนาคตของคาเซ เป็นเพียงการทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นเท่านั้น การตัดสินใจนี้ถูกวางเอาไว้ก่อนแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน” คาร์ริค กล่าว

“จากบุคลิกและคาแรกเตอร์ของเขา คุณสามารถเห็นได้จากฟอร์มการเล่นเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าเขามีสภาพจิตใจแบบไหน และการได้อยู่ที่นี่มีความหมายกับเขามากเพียงใด”

“ผมได้คุยกับเขาแล้ว เขาต้องการทำผลงานให้ดีที่สุดและจบฤดูกาลนี้อย่างสวยงาม ผมไม่เคยมีข้อกังขาในตัวเขาเลย”

ทั้งนี้ คาเซมิโร่ไม่ใช่นักเตะเพียงรายเดียวที่มีแนวโน้มจะอำลาทีมหลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย เจดอน ซานโช่, ไทเรลล์ มาลาเซีย และ ทอม ฮีตัน ต่างก็อยู่ในข่ายย้ายทีมเช่นกัน ขณะที่อนาคตของ แฮร์รี่ แมคไกวร์ ยังคงไม่แน่นอนและต้องรอการตัดสินใจจากสโมสรต่อไป

‘มาร์ติเนลลี่’ ส่อโบกมือลาปืนหลังเสียตำแหน่งตัวจริง

สื่ออังกฤษรายงานว่า อาร์เซน่อลพร้อมพิจารณาปล่อยตัว กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ปีกทีมชาติบราซิลในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ หลังนักเตะเสียตำแหน่งตัวจริงในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และอนาคตเริ่มไม่แน่นอน

อัล นาสเซอร์ สโมสรดังจากซาอุดิอาระเบีย ถูกยกให้เป็นทีมที่มีโอกาสสูงในการคว้าตัวดาวเตะวัย 24 ปี โดยเฉพาะเมื่ออาร์เซน่อลกำลังวางแผนเสริมผู้เล่นใหม่ในตำแหน่งปีกซ้าย ซึ่งอาจทำให้มาร์ติเนลลี่ถูกลดบทบาทลงไปอีก

รายงานยังระบุว่า อันเดรีย แบร์ต้า ผู้อำนวยการกีฬาของอาร์เซน่อล กำลังเดินหน้าหาตัวเลือกใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในแนวรุก ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าทีมเปิดกว้างต่อการเจรจาขายมาร์ติเนลลี่ หากได้รับข้อเสนอที่เหมาะสม

ทั้งนี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มาร์ติเนลลี่ เคยปฏิเสธโอกาสย้ายไปค้าแข้งในซาอุดิ โปร ลีก อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูท่าทีของเจ้าตัวอีกครั้งว่าอาจเปลี่ยนใจหรือไม่ หลังศึกฟุตบอลโลก 2026 สิ้นสุดลง