Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ปรับตัวไว!’เซเมนโย่’ ยิ้มไม่หุบซัดประตูต่อเนื่องกับเรือ

อองตวน เซเมนโย่ ปีกตัวใหม่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเผยความรู้สึกสุดประทับใจ หลังทำประตูได้อีกครั้งในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ทีมเปิดบ้านเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อคืนที่ผ่านมา

แนวรุกวัย 25 ปี เพิ่งย้ายจากบอร์นมัธ มาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวรวม 64 ล้านปอนด์ และเปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่ “เรือใบสีฟ้า” ถล่มเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 10-1 โดยเจ้าตัวยิง 1 ประตู พร้อมทำอีก 1 แอสซิสต์

ล่าสุด เซเมนโย่ ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และยังสามารถทำประตูเพิ่มให้กับทีมได้อีกลูก

“มันเป็นเกมที่ยาก แต่เรารู้ดีว่าหากอดทนและเล่นตามแผน โอกาสจะมาถึงเราแน่นอน”เซเมนโย่กล่าว

“ผมอยู่ถูกที่ถูกเวลาและจบสกอร์ได้ เราเป็นฝ่ายชนะ และนั่นทำให้ผมมีความสุขมาก”

“บรรยากาศที่นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ทุกคนเต็มไปด้วยความมั่นใจและกระหายความสำเร็จ”

“ผมรู้สึกว่าตัวเองได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เพื่อนร่วมทีมช่วยเหลือผมมาก ทำให้ผมเล่นด้วยความมั่นใจ”

“แม้มันจะเป็นช่วงเวลาที่มีอะไรใหม่ๆ เข้ามามากมาย แต่ผมสนุกกับมัน ผมเรียนรู้ได้เร็วและเอ็นจอยกับทุกอย่าง”

“ผมแค่นำความมั่นใจจากตอนอยู่บอร์นมัธมาต่อยอดที่นี่ ลงสนามด้วยรอยยิ้ม และตอนนี้ผมกำลังมีความสุขกับทุกช่วงเวลาจริงๆ”

ผีเตรียมทุ่มงบ 20 ลป. คว้า ‘เนเวส’ ร่วมทีมในตลาดหนาวนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าเสริมทัพในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม หลังมีรายงานว่าสโมสรได้จัดสรรงบประมาณให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมชั่วคราวคนใหม่ เพื่อพิจารณาคว้าตัว รูเบน เนเวส กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ อัล-ฮิลาล มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านปอนด์

คาร์ริค เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่งกุนซือชั่วคราวที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ภายหลังการปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยอดีตมิดฟิลด์ขวัญใจแฟนบอลรายนี้จะทำหน้าที่คุมทีมไปจนจบฤดูกาล

ก่อนหน้านี้ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ อดีตแข้งอีกหนึ่งรายของ “ปีศาจแดง” ถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ แต่ผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ หลังพาทีมทำได้เพียงเสมอ เบิร์นลีย์ 2-2 และแพ้ ไบรท์ตัน 1-2 ในศึกเอฟเอ คัพ ส่งผลให้สโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ภารกิจแรกของ คาร์ริค คือการนำทีมลงทำศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่สถานการณ์โดยรวมของยูไนเต็ด แม้จะตกรอบฟุตบอลถ้วยในประเทศทั้งสองรายการแล้ว แต่ยังคงมีลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ เพื่อตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า

แม้คาดว่า ยูไนเต็ด จะไม่ทุ่มงบประมาณจำนวนมากในตลาดเดือนมกราคม และวางแผนรอเสริมทัพครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ โดยมีเป้าหมายระยะยาวอย่าง เอลเลียต แอนเดอร์สัน และ อดัม วอร์ตัน แต่สโมสรยังเปิดช่องสำหรับการดึงกองกลางเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งแบบเร่งด่วน

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ รูเบน เนเวส ที่ตกเป็นข่าวต้องการย้ายกลับมาเล่นในยุโรป หลังค้าแข้งกับ อัล-ฮิลาล ในซาอุดีอาระเบียมาแล้วราวสองฤดูกาลครึ่ง โดยรายงานจาก The Guardian ระบุว่า ด้วยค่าตัวที่ประเมินไว้ราว 20 ล้านปอนด์ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมยืดหยุ่นนโยบายการเสริมทัพในเดือนมกราคม และพิจารณายื่นข้อเสนอเพื่อคว้าตัวอดีตกัปตันทีมวูล์ฟแฮมป์ตันรายนี้มาร่วมทีม

ภาพชัดหลังเกม!’เป๊ป’ จับ ‘แชร์กี’ ติวเข้มหลังเกมบาวคัพ

รายาน แชร์กี ดาวเตะดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นจุดสนใจหลังถูกจับภาพได้ขณะโดน เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือใหญ่ เข้ามาบรีฟอย่างเข้มข้นทันทีหลังจบเกมที่ “เรือใบสีฟ้า” บุกเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ในศึกคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สนามเซนต์เจมส์ พาร์ค

เกมดังกล่าว แชร์กี ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองก่อนสร้างผลงานโดดเด่น ด้วยการซัดประตูปิดกล่องให้ ซิตี้ ในนาทีที่ 90+8 จากจังหวะจบสกอร์อันเฉียบขาด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและคุณภาพของแข้งชาวฝรั่งเศสวัย 22 ปี

ก่อนหน้านั้น แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำจาก อองตวน เซเมนโย่ อดีตผู้เล่นบอร์นมัธ ซึ่งยังมีจังหวะทำประตูได้อีกลูกแต่ถูกผู้ตัดสินริบคืน ท่ามกลางเสียงถกเถียงจากแฟนบอลเจ้าถิ่น

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์หลังเกมกลับไปอยู่ที่ภาพของ กวาร์ดิโอลา ที่ดึง แชร์กี เข้ามาพูดคุยอย่างจริงจังระหว่างที่ทีมกำลังฉลองชัยชนะ โดยในช่วงแรกทั้งคู่มีการกอดและยิ้มให้กัน ก่อนที่สีหน้าของ แชร์กี จะเปลี่ยนไปเมื่อกุนซือชาวสเปนเริ่มอธิบายรายละเอียดเชิงแท็กติก

กวาร์ดิโอลา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดและเข้มงวด ได้ชี้ไปยังจุดต่างๆ ในสนาม ราวกับกำลังอธิบายถึงจังหวะหรือการตัดสินใจบางอย่างที่เขายังไม่พอใจ ขณะที่ แชร์กี พยายามอธิบายมุมมองของตัวเอง และรับฟังคำแนะนำด้วยท่าทีผ่อนคลาย

การพูดคุยดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 20 วินาที ก่อนทั้งคู่จะแยกย้ายกันไป โดยสีหน้าของ แชร์กี ยังมีรอยยิ้มติดอยู่ สะท้อนให้เห็นว่านี่อาจเป็นเพียงบทเรียนตามสไตล์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ต้องการผลักดันลูกทีมให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

‘อาร์เตต้า’ รับ ปืนต้องลุ้นเช็กฟิต ‘ซาลิบา,ทรอสซาร์’ เกมดวลสิงห์

อาร์เซน่อลยังต้องรอลุ้นความพร้อมของสองแข้งสำคัญอย่าง วิลเลียม ซาลิบา และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ก่อนเกมบิ๊กแมตช์พบเชลซีในศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีนี้

ซาลิบา และ ทรอสซาร์ ต่างไม่มีชื่อในเกมล่าสุดที่ “ปืนใหญ่” เอาชนะ ปอร์ทสมัธ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งทำให้การลงสนามในเกมสำคัญกับ เชลซี ยังอยู่ในสถานะไม่แน่นอน

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ยอมรับในการแถลงข่าวก่อนเกมว่า ทั้งสองรายยังต้องรอประเมินอาการอย่างใกล้ชิด

“ทั้งสองคนยังไม่แน่นอน” อาร์เตต้า กล่าวถึง ซาลิบา และ ทรอสซาร์

ขณะเดียวกัน ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ จะหมดสิทธิ์ลงสนามอย่างแน่นอน เนื่องจากยังไม่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ โดยกุนซือชาวสเปนเผยว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์

“คาลาฟิออรี่ อาการดีขึ้นนะ แต่เรายังไม่รู้แน่ชัด อาจต้องใช้เวลาอีกสองสามสัปดาห์” อาร์เตต้า กล่าว

นอกจากนี้ ปิเอโร่ อินคาปิเอ ยังเป็นอีกรายที่น่าเป็นห่วง หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมที่พบกับ ลิเวอร์พูล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าเป็นปัญหาที่แฮมสตริง แม้สโมสรจะส่งนักเตะเข้ารับการตรวจแล้ว แต่ อาร์เตต้า ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาการกลับมาลงสนามได้

“เรายังไม่ทราบเลย” เฮดโค้ชอาร์เซน่อล กล่าวทิ้งท้าย

ไร้บทสรุป!เผยหงส์ยังคุยสัญญาใหม่ ‘โคนาเต้’ ไม่ลงตัว

มีการรายงานว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ อิบราฮิม่า โคนาเต้ ยังคงไม่มีความคืบหน้า ขณะที่สโมสรไม่มีแผนเสริมผู้เล่นใหม่ในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม เพื่อทดแทนแข้งที่มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด

รายงานระบุว่าตัวแทนของเซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติฝรั่งเศสได้เปิดโต๊ะพูดคุยกับ “หงส์แดง” มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ โดยสัญญาปัจจุบันของ โคนาเต้ กำลังจะหมดลงเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้

หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อสรุปได้ทันเวลา ดาวเตะวัย 26 ปีจะมีสิทธิ์ย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์แบบไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ทันที ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลสำหรับสโมสร

ความไม่แน่นอนในอนาคตของ โคนาเต้ ผนวกกับสัญญาของ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค และ โจ โกเมซ ที่จะหมดลงในปี 2027 ทำให้ลิเวอร์พูลมีแนวโน้มจะให้ความสำคัญกับการเสริมทัพในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คเป็นหลักในช่วงซัมเมอร์นี้

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลไม่มีแผนเสริมผู้เล่นใหม่ในตลาดหน้าหนาว แม้จะมีนักเตะหลายรายได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็น โจวานนี่ เลโอนี่ กองหลังดาวรุ่งที่ต้องพักยาว รวมถึง อเล็กซานเดอร์ อิซาค และล่าสุด คอนเนอร์ แบรดลี่ย์ ที่ต้องพักรักษาตัวเช่นกัน

ถึงอย่างนั้น สโมสรยังยืนยันแนวทางเดิมคือไม่มองหานักเตะมาทดแทนทั้งในรายของ อิซาค, เลโอนี่ รวมถึง แบรดลี่ย์ โดยเชื่อว่านักเตะที่มีอยู่สามารถแก้ขัดได้ ไม่ว่าจะเป็น เยเรมี่ ฟริมปง และ โจ โกเมซ ที่สามารถโยกมาเล่นแบ็คขวา รวมถึง โดมินิก โซบอสซ์ไล และ เคอร์ติส โจนส์ ที่เคยถูกใช้งานในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว

ส่วนสถานการณ์ของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ในเวลานี้ยังคาดว่าจะอยู่ช่วยทีมจนจบฤดูกาล โดยสโมสรหวังว่าแนวรุกคนสำคัญจะอยู่ครบตามสัญญาที่เหลือถึงปี 2027 อย่างไรก็ตาม หากยังมีปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้ ก็อาจต้องมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการแยกทางก่อนถึงเวลานั้น

อย่าใส่ร้าย!’จู๊ด’ ปัดข่าวไม่ลงรอย ‘อลอนโซ่’ เป็นเรื่องเท็จ

จู๊ด เบลลิ่งแฮม กองกลางตัวเก่งของ เรอัล มาดริด ออกมาโต้กระแสข่าวอย่างหนัก หลังมีรายงานอ้างว่าเขามีปัญหาความสัมพันธ์กับ ชาบี อลอนโซ่ อดีตกุนซือของทีมที่เพิ่งแยกทางกับสโมสรไป

ก่อนหน้านี้ ชาบี อลอนโซ่ เพิ่งอำลาตำแหน่งเฮดโค้ช “ราชันชุดขาว” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยสื่อดังอย่าง ดิ แอธเลติก ระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากรอยร้าวภายในห้องแต่งตัว และความไม่เชื่อมั่นของนักเตะบางรายต่อแนวทางการทำทีม

รายงานดังกล่าวพาดพิงชื่อของ เบลลิ่งแฮม, วินิซิอุส จูเนียร์ และ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ว่าเป็นกลุ่มนักเตะที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการคุมทีมของ อลองโซ่ ซึ่งเข้ามารับงานต่อจาก คาร์โล อันเชล็อตติ ในฤดูกาลแรก

อย่างไรก็ตาม มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี ไม่ปล่อยให้ข่าวลือนี้ลุกลาม โดยได้แชร์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเขียนข้อความตอบโต้สื่ออย่างดุเดือด

“เราปล่อยให้ข่าวปลอมแบบนี้เกิดขึ้นมากเกินไป ด้วยความหวังว่าความจริงจะปรากฏ” เบลลิ่งแฮม กล่าว

“แต่พูดตรงๆ มันไร้สาระสุดๆ ผมรู้สึกเสียใจอย่างแท้จริงกับผู้คนที่เชื่อทุกคำพูดจากตัวตลกพวกนี้ รวมถึง ‘แหล่งข่าว’ ที่พวกเขาอ้างถึง”

“คุณไม่ควรเชื่อทุกอย่างที่อ่าน บางครั้งคนพวกนี้จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและสร้างความเสียหาย เพียงเพื่อยอดผู้ชมและกระแสข่าวฉาวเท่านั้น”

ไม่พลาด!ผีตั้ง ‘คาร์ริค’ หวนคุมทัพชั่วคราวลุยจนจบซีซั่น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตกองกลางของสโมสร กลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ หลังตัดสินใจปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งกุนซือใหญ่

ก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดง” พิจารณาทั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ คาร์ริค แต่สุดท้ายเลือกดึงอดีตกองกลางวัย 44 ปีรายนี้กลับมาคุมทีมอีกครั้ง

“ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมรู้ดีว่ามาตรฐานของสโมสรแห่งนี้สูงแค่ไหน และสิ่งที่ต้องทำเพื่อประสบความสำเร็จ”คาร์ริค เปิดใจหลังรับงาน

“สิ่งที่ผมโฟกัสคือการช่วยให้นักเตะแสดงศักยภาพออกมาในระดับที่เหมาะสมกับสโมสรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ นักเตะกลุ่มนี้มีคุณภาพมากพอ และผมเชื่อมั่นในพรสวรรค์ ความทุ่มเท และความสามารถของพวกเขาอย่างเต็มที่”

“ฤดูกาลยังเหลืออีกหลายเป้าหมายให้สู้ เราจะพยายามรวมพลังทุกคนเข้าด้วยกัน และมอบฟอร์มการเล่นที่คู่ควรกับแรงสนับสนุนอันซื่อสัตย์ของแฟนบอล”

ในการกลับมาครั้งนี้ คาร์ริค มาพร้อมทีมงานผู้ช่วยอย่าง สตีฟ ฮอลแลนด์ อดีตผู้ช่วยของ แกเร็ธ เซาธ์เกต, โจนาธาน วูตเกต ที่เคยร่วมงานกันสมัยคุม มิดเดิลสโบรห์ รวมถึง จอนนี่ อีแวนส์ อดีตเพื่อนร่วมทีม ส่วน ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ที่ทำหน้าที่คุมทีมชั่วคราว 2 นัดก่อนหน้านี้ จะกลับไปดูแลทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีตามเดิม

สำหรับผลงานในฐานะนักเตะ คาร์ริค ลงสนามให้แมนฯ ยูไนเต็ด รวม 464 นัด คว้าแชมป์มากมายทั้งพรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ 2 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูโรป้าลีก และแชมป์สโมสรโลก

ฝันว่ายิงคน เปิดคำทำนายดวงชะตา พร้อมเลขเด็ดแม่นๆ

ฝันว่ายิงคน เป็นความฝันที่หลายคนตื่นมาแล้วรู้สึกตกใจ กังวล หรือไม่สบายใจ เพราะเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อาจสะท้อนถึงความโกรธ ความเครียด หรือความขัดแย้งที่คุณกำลังเผชิญ และอยากปลดปล่อยความรู้สึกที่กดดันอยู่ภายใน อย่างไรก็ตามความฝันลักษณะนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องร้ายเสมอไปอาจเกี่ยวข้องกับโชคลาภและเลขเด็ดได้เช่นกัน ดังนั้นวันนี้ทาง 365kub จะพาสมาชิกของเราไปส่องความหมายของการฝันว่ายิงคนว่าจะมีอะไรบ้างและสื่อถึงอะไรพร้อมแล้วไปติดตามกันได้เลย

ฝันว่ายิงคน

ความหมายทั่วไปของฝันว่ายิงคน

ความเครียดและความกดดันภายในใจ – ฝันว่ายิงคนมักสะท้อนถึงความเครียด ความโกรธ หรืออารมณ์ที่ถูกกดไว้ ไม่ได้แสดงออกในชีวิตจริง ความฝันจึงเป็นเหมือนการระบายความรู้สึกเหล่านั้นออกมา

ความต้องการเอาชนะปัญหา – การยิงในความฝันอาจหมายถึงความพยายามจัดการกับอุปสรรคหรือปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ เป็นสัญญาณว่าคุณต้องการแก้ไขสถานการณ์อย่างเด็ดขาด

การตัดสินใจครั้งสำคัญ – ฝันลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจบางอย่างที่ต้องใช้ความกล้า เช่น การเลือกเส้นทางชีวิต การเปลี่ยนงาน หรือการยุติความสัมพันธ์บางอย่าง

ความขัดแย้งกับผู้อื่น – มักหมายถึงการเข้าใจผิดหรือมีเรื่องไม่พอใจ ความอึดอัดใจ หรือปัญหาที่ยังไม่ได้พูดกันตรงๆ กับเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิด

เลขมงคลฝันว่ายิงคน

ฝันว่ายิงคนจนตาย

มักตีความว่าเป็นช่วงที่อาจเจอเรื่องไม่สบายใจหรือปัญหาที่หนักหน่วง เป็นการระบายความรู้สึกที่สะสมอยู่ภายในจิตใจหรืออาจหมายถึงการสิ้นสุดความสัมพันธ์หรือสถานการณ์เดิม เพื่อเปิดทางให้สิ่งใหม่เข้ามา ต้องใช้สติและระมัดระวังมากขึ้น

เลขเด็ด : 09, 19, 90, 190, 909

ฝันว่ายิงคนแต่ไม่ตาย

สะท้อนถึงอารมณ์โกรธหรือความเครียดที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย สื่อถึงเรื่องที่ยังคงค้างคา ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ต้องหาทางแก้ไขให้จบสิ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเตือนให้ระวังการถูกคุกคามหรือการมีศัตรูที่ยังไม่หมดไป

เลขเด็ด : 13, 31, 73, 137, 317, 713

ฝันว่ายิงคนแปลกหน้า

มักเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่คุณยังไม่รู้จักหรือยังไม่ได้เผชิญในชีวิตจริง สะท้อนถึงการเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ ความกลัว หรือความขัดแย้งที่ยังไม่เปิดเผย เป็นสัญญาณให้คุณใช้สติและความระมัดระวังในการปรับตัวกับสถานการณ์ใหม่ และอาจเป็นการเตือนว่ามีโอกาสหรือโชคลาภจากสิ่งที่คุณไม่คาดคิดเข้ามาในชีวิต

เลขเด็ด : 45, 54, 145, 454, 545

ฝันว่ายิงคนรู้จัก

มักสะท้อนความอึดอัดใจหรือปัญหาความสัมพันธ์ที่ยังไม่ได้สะสาง อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น เป็นสัญญาณให้คุณหันกลับมาทบทวนความสัมพันธ์และหาทางแก้ไขอย่างมีสติ นอกจากนี้ในทางตรงกันข้ามอาจสื่อถึงคุณอาจจะได้ลาภหรือผลประโยชน์จากคนที่ไม่ค่อยถูกชะตากัน

เลขเด็ด : 28, 82, 228, 282, 828

ฝันว่ายิงคนแล้วโดนจับ

มักหมายถึงการถูกจำกัดอิสระ หรือมีเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกถูกบังคับ เตือนให้คุณระวังผลลัพธ์จากการกระทำ ความขัดแย้ง และการสูญเสียอิสระ เป็นสัญญาณให้ใช้สติในการตัดสินใจและจัดการกับปัญหาที่ค้างคา

เลขเด็ด : 67, 76, 06, 167, 676, 706

สรุป

โดยรวมแล้ว ฝันว่ายิงคนไม่ได้หมายถึงลางร้ายเสมอไป แต่เป็นความฝันที่สะท้อนสภาพจิตใจ ให้คุณหันกลับมามองความรู้สึกภายในใจ ความสัมพันธ์กับคนรอบตัว และการตัดสินใจในชีวิตหากกำลังเผชิญปัญหา ความฝันนี้อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังต้องการทางออกหรือการตัดสินใจที่ชัดเจน อาจลองหาเวลาพักผ่อน ลดความเครียด หรือลองพูดคุยระบายความในใจกับคนที่ไว้ใจได้ดูอาจสามารถแก้ปัญหาได้

สุดปลื้ม!’ไค’ รับแฮปปี้คัมแบ็กลงสนามให้ปืนในรอบ 4 เดือน

ไค ฮาแวร์ตซ์ กองหน้าของอาร์เซน่อล ยอมรับว่ารู้สึกพิเศษอย่างยิ่งกับการได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บยาวตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล

ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีเข้ารับการผ่าตัดบริเวณหัวเข่า จนต้องห่างหายจากเกมการแข่งขันนานถึง 4 เดือน ก่อนจะคัมแบ็กกลับมามีส่วนร่วมในสนาม ด้วยการลงเล่นช่วง 20 นาทีสุดท้าย ในเกมที่ “ปืนใหญ่” เปิดบ้านเอาชนะ พอร์ทสมัธ 4-1 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบสาม เมื่อคืนที่ผ่านมา

“มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ สำหรับผม มันเหมือนเป็นช่วงเวลาที่อัศจรรย์มาก ผมมีความสุขเหลือเกินที่ได้กลับมาลงเล่นร่วมกับเพื่อนๆ อีกครั้ง”ฮาแวร์ตซ์กล่าว

“ผมดีใจที่ได้กลับมาอยู่กับทีม และหวังว่าจากนี้ผมจะสามารถช่วยทีมได้อย่างเต็มที่แล้ว”

“แนวทางการเล่นของทีมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สวยงามมาก แม้จะได้ดูจากภายนอกก็ตาม”

“แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลยในสถานการณ์แบบนี้ แต่การได้เห็นเพื่อนๆ เล่นก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และตอนนี้ผมก็มีความสุขมากที่ได้กลับมาอยู่เคียงข้างพวกเขาอีกครั้ง”

ต้นแบบ!’โรซีเนียร์’ ตั้งเป้าปั้นสิงห์ยาวแบบ ‘อาร์เตต้า’

เลียม โรซีเนียร์ กุนซือคนใหม่ของ เชลซี เปิดเผยว่าเขาอยากเดินตามรอยความสำเร็จของ มิเกล อาร์เตต้า ที่สร้าง อาร์เซนอล ขึ้นมาอย่างมั่นคงตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าหนทางเดียวที่จะได้รับโอกาสระยะยาวคือการคว้าชัยชนะอย่างสม่ำเสมอ

กุนซือวัย 41 ปี เตรียมนำทัพ “สิงห์บลูส์” ลงเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นครั้งแรก ในศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก พบกับ อาร์เซนอล ในคืนวันพุธนี้ โดยคู่แข่งร่วมกรุงลอนดอนกำลังอยู่ในช่วงพีค หลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอด 6 ปี ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เตต้า และถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

เมื่อถูกถามถึงเส้นทางการสร้างทีมของ อาร์เตต้า และโอกาสในการทำงานระยะยาวกับ เชลซี โรซีเนียร์ ยอมรับว่าเขาหวังจะอยู่กับสโมสรให้นานเช่นเดียวกัน

“ใช่ ผมอยากอยู่ที่นี่นานถึง 6 ปี หรือมากกว่านั้น” โรซีเนียร์ กล่าว

“แต่ผมรู้ดีว่าเพื่อให้มันเกิดขึ้น ผมต้องพาทีมคว้าชัยชนะให้ได้ มันง่ายแค่นั้นจริงๆ”

อดีตแบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ ยังกล่าวถึงคำว่า ‘โปรเจคต์’ ซึ่งถูกพูดถึงบ่อยในวงการฟุตบอลว่า แม้แต่ละสโมสรจะมีแนวทางแตกต่างกัน แต่หัวใจสำคัญยังคงเป็นเรื่องของผลการแข่งขัน

“ทุกสโมสรมีโปรเจคต์ของตัวเอง แต่แนวคิดหลักเหมือนกันคือ คุณต้องพยายามชนะทุกเกม”

“ผมมีภาพในหัวว่าอยากให้ทีมเป็นอย่างไรในอีกหนึ่ง สอง หรือสามปีข้างหน้า แต่ตอนนี้ผมมีทรัพยากรที่ดีพอจะคว้าชัยชนะ และผมก็สื่อสารเรื่องนี้กับนักเตะไปแล้ว”

“ทุกคนต้องเริ่มจากที่ไหนสักแห่ง มิเกล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก เขาใช้เวลาในการสร้างทีมในแบบที่เขาต้องการ และสโมสรบริหารจัดการได้ดีมาก”

“แต่ละคนมีพื้นฐานและเส้นทางที่แตกต่างกัน คุณต้องเคารพทุกคนในวงการนี้ เพราะมันเป็นงานที่ยาก โดยเฉพาะในฐานะโค้ชที่คุณถูกตัดสินจากทุกคำพูดและทุกการกระทำ”

“ถ้าคุณรับมือกับแรงกดดันแบบนั้นไม่ได้ คุณก็ไม่ควรอยู่ในงานนี้”

แค่ตะคริว!สล็อทชี้อาการ ‘เอ็นกูโมฮา’ ไม่น่ากังวล

อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูล แสดงความมั่นใจว่าอาการบาดเจ็บของ ริโอ เอ็นกูโมฮา ดาวรุ่งวัย 17 ปี ไม่น่ามีอะไรน่ากังวล และมีแนวโน้มเป็นเพียงอาการตะคริวเท่านั้น หลังถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมเอฟเอ คัพ รอบสาม ที่ “หงส์แดง” เปิดสนามแอนฟิลด์เอาชนะ บาร์นสลี่ย์ 4-1

เอ็นกูโมฮา ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ นอกเหนือจากรายการลีกคัพ ก่อนจะมีอาการล้มลงในนาทีที่ 73 ระหว่างไล่เก็บบอลบริเวณเส้นหลังฝั่งขอบสนาม ซึ่งเป็นพื้นหญ้าเทียม ทำให้ทีมแพทย์ต้องเข้ามาดูอาการ ก่อนที่เขาจะถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง ไรอัน กราเฟนเบิร์ค ลงมาเล่นแทน

หลังจบเกม สล็อท ให้สัมภาษณ์กับ TNT Sports โดยย้ำว่าอาการของแข้งดาวรุ่งรายนี้ไม่น่าเป็นเรื่องร้ายแรง“ผมคิดว่าน่าจะเป็นแค่ตะคริว อย่างน้อยผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น และจากที่เห็นก็น่าจะใช่จริง ๆ” เฮดโค้ชชาวดัตช์กล่าว

“เขายังไม่ได้ลงสนามต่อเนื่องมากนักในฤดูกาลนี้ แต่วันนี้เขาเล่นไปถึง 73 นาที ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีสำหรับตัวเขาเอง”

“โดยไม่อยากจะดูหมิ่นบาร์นสลี่ย์ แต่ความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีกสูงกว่านี้มาก เกมแบบนี้จะช่วยให้เขาได้เรียนรู้ว่า ยังต้องพยายามและทำงานหนักอีกเยอะ หากต้องการยืนระยะและลงเล่นครบ 90 นาทีในระดับนี้ให้ได้”

ขอโทษ!’ซิเมโอเน่’ รับผิดเอง ปมปะทะคารม ‘วินิ’

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เฮดโค้ชแอตเลติโก้ มาดริด ออกมากล่าวขอโทษ วินิซิอุส จูเนียร์ แนวรุกของเรอัล มาดริด รวมถึง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร “ราชันชุดขาว” จากกรณีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างเกมซูเปอร์โกปา เด เอสปันญ่า รอบรองชนะเลิศ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าวแข่งขันกันที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย “ตราหมี” พ่าย เรอัล มาดริด 2-1 กระเด็นตกรอบ ขณะที่ วินิซิอุส ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 81 ก่อนภาพถ่ายทอดสดจะจับได้ว่า ซิเมโอเน่ เดินเข้าไปพูดจายั่วยุใส่ปีกทีมชาติบราซิล จนเกิดการโต้เถียงและทั้งคู่ได้รับใบเหลืองจากผู้ตัดสิน

หลังเกมดังกล่าว ซิเมโอเน่ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ล่าสุดเมื่อเดินทางกลับถึงสเปน กุนซือชาวอาร์เจนไตน์วัย 55 ปี ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง พร้อมออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ ก่อนเกมโกปา เดล เรย์ ที่แอตเลติโก้ มาดริด มีคิวบุกเยือน เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ในคืนวันอังคารนี้

“ผมต้องการขอโทษ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ และ วินิซิอุส สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” ซิเมโอเน่ กล่าว

“ผมผิดเองที่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสถานการณ์นั้น มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และผมยอมรับความผิดทั้งหมด”

ซิเมโอเน่ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นโค้ชที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก ยังยอมรับว่า เรอัล มาดริด สมควรเป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบ พร้อมชื่นชมฟอร์มการเล่นของทีมคู่ปรับร่วมเมือง

“เรอัล มาดริด สมควรชนะและได้เข้ารอบ พวกเขาแสดงให้เห็นถึงสปิริตนักสู้แบบที่เราเห็นกันอยู่เสมอ แม้ในเกมนัดชิงกับบาร์เซโลน่า พวกเขาก็เข้าใกล้การตีเสมอได้แล้ว”