Home 365kubx
LINE: @365KUBx

วิลล่าฟัดนิว, หงส์ชนไบรท์ตัน, เรือ-ปืน งานเบา ผลจับสลากเอฟเอ คัพ รอบ 4

ผลการจับสลากประกบคู่ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบที่ 4 (รอบ 32 ทีมสุดท้าย) ประจำฤดูกาล 2025-2026 ถูกประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยมีคู่บิ๊กแมตช์ที่น่าจับตามอง เมื่อ แอสตัน วิลล่า ต้องเปิดศึกดวลกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สองทีมแกร่งจากศึกพรีเมียร์ลีก

ศึกฟุตบอลรายการที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ เดินทางมาถึงฤดูกาลที่ 145 แล้ว โดยในรอบนี้ยังคงมีหลายทีมจากลีกสูงสุดผ่านเข้ามาสร้างสีสันให้กับการแข่งขัน ขณะที่ทีมเล็กก็ยังมีโอกาสล้มยักษ์เช่นเคย

สำหรับโปรแกรมคู่อื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาร์เซน่อล ได้จับสลากพบกับ วีแกน แอธเลติก จากลีกรอง ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเจอกับทีมจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ขณะที่ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน มีคิวบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มแกร่งเอาชนะบาร์นสลี่ย์มาในรอบก่อนหน้า

สำหรับการแข่งขันในรอบที่ 4 นั้น จะมีขึ้นในช่วง 13-16 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

ผลจับสลากเอฟเอคัพ รอบ 4

ราชันแถลงแยกทาง ‘อลอนโซ่’ พร้อมตั้ง ‘อาร์เบลัว’ รับช่วงต่อ

เรอัล มาดริด แถลงยืนยันยกเลิกสัญญา ชาบี อลอนโซ่ กุนซือชาวสเปน วัย 44 ปี ด้วยความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย พร้อมแต่งตั้ง อัลบาโร่ อาร์เบลัว เข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่อย่างเป็นทางการ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเกมล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่ง “ราชันชุดขาว” พ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า 2-3 ในนัดชิงชนะเลิศ ซูเปอร์โกปา เด เอสปันญ่า ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำให้พลาดโอกาสคว้าแชมป์แรกของฤดูกาล

แม้ อลอนโซ่ จะยังเหลือสัญญากับสโมสรจนถึงปี 2028 แต่เรอัล มาดริด ตัดสินใจยุติบทบาทของเขาหลังผลงานช่วงหลังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในลาลีกาที่สถานการณ์จากการเคยนำเป็นจ่าฝูงเหนือบาร์เซโลน่าถึง 5 คะแนน กลับกลายเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ 4 แต้มเมื่อผ่านครึ่งฤดูกาล

ก่อนหน้านี้ อลอนโซ่ สร้างชื่ออย่างมากกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาแบบไร้พ่ายในฤดูกาล 2023-24 จนได้รับโอกาสกลับมาคุมสโมสรเก่าที่เขาเคยค้าแข้งในฐานะนักเตะ

ตลอดระยะเวลา 6 เดือนครึ่งในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว อลอนโซ่ คุมทีมลงสนามรวมทุกรายการ 34 นัด ชนะ 24 เสมอ 4 และแพ้ 6 นัด คิดเป็นอัตราชนะ 70.59 เปอร์เซ็นต์ พร้อมพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกชิงแชมป์สโมสรโลก

ขณะเดียวกัน เรอัล มาดริด แต่งตั้ง อัลบาโร่ อาร์เบลัว อดีตกองหลังทีมชาติสเปน ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของ อลอนโซ่ และทำงานกับอะคาเดมีของสโมสรมาตั้งแต่ปี 2020 รวมถึงเคยคุมทีมชุดสำรองในฤดูกาลที่ผ่านมา ขึ้นเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ โดยจะประเดิมคุมทีมนัดแรกในเกมโกปา เดล เรย์ วันพุธนี้ ด้วยการบุกเยือน อัลบาเซเต้

อับอาย!’ผี’ ฟอร์มห่วยทำสถิติแข่งน้อยสุดในรอบศตวรรษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องจารึกสถิติไม่น่าจดจำ หลังมีโปรแกรมลงสนามรวมตลอดฤดูกาลนี้เพียง 40 นัด น้อยที่สุดในรอบ 111 ปีของสโมสร ภายหลังพ่าย ไบรท์ตัน 1-2 คารังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตกรอบศึกเอฟเอ คัพ

เกมดังกล่าว “นกนางนวล” บุกนำห่างสองประตู ก่อนที่ เบนยามิน เชสโก้ จะยิงตีไข่แตกให้ “ปีศาจแดง” แต่ก็เป็นเพียงประตูปลอบใจ ไม่เพียงพอที่จะช่วยทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้

ก่อนหน้านี้ ยูไนเต็ดก็ถูกเขี่ยตกรอบคาราบาว คัพ หลังเสมอ กริมส์บี้ ทาวน์ ทีมจากลีกทู 2-2 และแพ้ดวลจุดโทษสุดดราม่า 11-12 ทำให้ฤดูกาลนี้พวกเขาหมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์บอลถ้วยในประเทศตั้งแต่เนิ่นๆ

เมื่อรวมกับโปรแกรมลีกอีก 38 นัด และการที่ไม่ได้เข้าร่วมฟุตบอลยุโรป ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามเพียง 40 นัด ซึ่งถือเป็นจำนวนเกมน้อยที่สุดในรอบ 111 ปีของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1914

‘อาร์เตต้า’ ขอบคุณ ‘สล็อท’ ที่เข้าใจเกมและปกป้อง ‘มาร์ติเนลลี่’

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซนอล ออกโรงชื่นชมท่าทีอันสุขุมของ อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูล หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กับ คอนอร์ แบรดลีย์ ในเกมเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อมาร์ติเนลลี่พยายามผลักแบรดลีย์ออกนอกสนาม ขณะที่กองหลังลิเวอร์พูลมีอาการบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเสียงวิจารณ์ตามมาในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนลลี่ได้ออกมาขอโทษทั้งต่อสาธารณะและเป็นการส่วนตัว ก่อนจะแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองในสนามด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ยิงแฮตทริกกลบเสียงตำหนิ ขณะที่อาร์เตต้าเลือกยกย่องการแสดงออกของสล็อทหลังเกมเป็นพิเศษ

“ผมต้องบอกตามตรงว่า วิธีที่อาร์เน่ สล็อทพูดหลังจบเกมนั้นยอดเยี่ยมมาก” อาร์เตต้า กล่าว

“เขาเข้าใจดีว่านักเตะรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง และรู้สึกอย่างไรต่อเพื่อนร่วมทีม นั่นสะท้อนให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่เข้าใจเกมฟุตบอลอย่างลึกซึ้ง และรู้ว่าควรตอบสนองต่อสถานการณ์แบบนี้อย่างไร”

“มันไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายนักเตะหรือไม่ให้เกียรตินักเตะแต่อย่างใด”

มีแวว!ลือ ‘คาร์ริค’ เต็งหนึ่งคุมผีชั่วคราวจนจบซีซั่น

ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตกองกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวของ “ปีศาจแดง” จนจบฤดูกาลนี้ หลังสโมสรเพิ่งตัดสินใจปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ยูไนเต็ด พิจารณาอยู่สองตัวเลือกหลักคือ คาร์ริค และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตกุนซือและตำนานของทีมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวล่าสุดระบุว่า ตอนนี้ชื่อของคาร์ริคขยับขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรก แม้การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะยังไม่เสร็จสิ้น แต่ฝ่ายบริหารหวังว่าจะสามารถประกาศอย่างเป็นทางการได้ภายในวันจันทร์นี้

ทั้งคาร์ริคและโซลชาร์ได้เข้าพบ โอมาร์ เบร์ราด้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย โดยเชื่อกันว่าคาร์ริคทำผลงานในการพูดคุยได้อย่างน่าประทับใจ และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริหารทั้งสองราย

เดิมที โซลชาร์ ซึ่งเคยคุมทีมระหว่างปี 2018-2021 ถูกมองว่าเป็นแคนดิเดตหลัก แต่ท่าทีล่าสุดบ่งชี้ว่า ยูไนเต็ด อาจเลือกหันกลับไปพึ่งคาร์ริค เพื่อเข้ามากอบกู้สถานการณ์ในฤดูกาลที่ผลงานตกต่ำอย่างหนัก

คาร์ริค ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะนักเตะ โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนฯ ยูไนเต็ด ถึง 5 สมัย ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 2018 และเคยรับหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราวช่วงสั้น ๆ หลังโซลชาร์อำลาทีม ก่อนที่ ราล์ฟ รังนิก จะเข้ามารับงานต่อ

หลังจากนั้นในปี 2022 เขาได้รับโอกาสคุม มิดเดิลสโบรห์ ในช่วงที่ทีมกำลังดิ้นรนหนีตกชั้น และสามารถพาทีมทะยานขึ้นไปถึงรอบเพลย์ออฟได้ในฤดูกาลแรก รวมถึงเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ลีกคัพ ในฤดูกาลถัดมา ก่อนจะถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจบอันดับ 10 ของลีก

สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ความพ่ายแพ้ต่อ ไบรท์ตัน คารังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้พรีเมียร์ลีกกลายเป็นรายการเดียวที่เหลือให้ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดยการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปถูกมองว่าเป็นเป้าหมายสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ การตกรอบดังกล่าวยังส่งผลให้ “ปีศาจแดง” จะลงสนามรวมเพียง 40 นัดตลอดฤดูกาล ซึ่งถือเป็นจำนวนเกมน้อยที่สุดของสโมสรในรอบ 111 ปีอีกด้วย

ฟิตเกิน!’เวลเบ็ค’ แซวตัวเองกลัวโดนตรวจโด๊ป

แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าประสบการณ์สูงของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน กล่าวติดตลกว่าหากตนเองเปิดเผยเคล็ดลับฟอร์มการเล่นอันร้อนแรง อาจถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสารกระตุ้นเรียกตัวไปสอบ หลังเป็นคนยิงประตูช่วยทีมบุกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ส่งต้นสังกัดในวัยเด็กตกรอบเอฟเอ คัพ

เกมรอบสาม เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เวลเบ็ค ได้ลงสนามเป็นตัวจริง และในนาทีที่ 64 เขาแสดงความเฉียบคมด้วยการรับบอลจาก บรายาน กรูด้า ก่อนแต่งหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษผ่านมือ แซม ลัมเมนส์ เป็นประตูขึ้นนำ 2-0 ให้ “นกนางนวล”

นับตั้งแต่ย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 2014 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นคู่แข่งที่ เวลเบ็ค ยิงประตูใส่มากที่สุดในอาชีพ ด้วยจำนวนรวมถึง 8 ประตู

“ผมรู้ตำแหน่งของกองหลังดี ผมคิดไว้แล้วว่าต้องจับบอลก่อน และจังหวะต่อไปต้องยิงให้ตรงกรอบ” เวลเบ็ค กล่าวหลังจบเกม

“มันต้องเป็นการจับบอลที่สมบูรณ์แบบเพื่อหนีตัวประกบ และผมดีใจมากที่ทำมันได้”

ฤดูกาลนี้ หอกทีมชาติอังกฤษวัย 35 ปี ทำไปแล้ว 9 ประตูจากการลงสนาม 23 นัดในทุกรายการ จนเริ่มมีเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลให้เขากลับไปติดทีมชาติอังกฤษ เพื่อลุ้นมีชื่อในศึกฟุตบอลโลก

เมื่อถูกถามถึงเคล็ดลับความฟิต เวลเบ็ค ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า“ผมคงบอกอะไรไม่ได้มาก ถ้าพูดเยอะไป ทีมงานตรวจโด๊ปอาจจะเข้ามาถามผม!”

“แต่เอาจริง ๆ ผมใสสะอาด ผมรู้สึกดีมาก ผมมีพันธุกรรมที่ดีจากครอบครัว และดูแลตัวเองอย่างดี ทั้งเรื่องโภชนาการและการเตรียมร่างกายก่อนซ้อมทุกครั้ง”

“ผมเคยผ่านอาการบาดเจ็บมาหลายครั้ง ซึ่งทำให้ยากในการรักษาจังหวะ แต่ในช่วง 2-3 ปีหลัง ผมแทบไม่ค่อยเจอปัญหาเหล่านั้นแล้ว และหวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน”

หงส์ช็อก!’แบรดลี่ย์’ ต้องผ่าตัดหัวเข่าปิดเทอมยาวทั้งฤดูกาล

ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า คอเนอร์ แบรดลี่ย์ กองหลังทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ วัย 22 ปี พลาดการลงสนามที่เหลือทั้งหมดในฤดูกาล 2025/26 หลังได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่าซ้าย

แบรดลี่ย์ ได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายเกมพรีเมียร์ลีกที่ “หงส์แดง” เปิดบ้านเสมอกับ อาร์เซน่อล เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนที่การตรวจอย่างละเอียดจะพบว่าอาการที่หัวเข่าซ้ายค่อนข้างรุนแรง และสโมสรยืนยันว่าเขาจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดภายในไม่กี่วันข้างหน้า แม้ยังไม่มีการระบุกรอบเวลาพักฟื้นอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม เจมส์ เพียร์ซ นักข่าวชื่อดังของ The Athletic รายงานว่า แนวรับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือรายนี้จะไม่สามารถกลับมาช่วยทีมได้ทันก่อนจบฤดูกาลแน่นอน

รายงานระบุเพิ่มเติมว่าอาการบาดเจ็บของ แบรดลี่ย์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า (ACL) แต่เป็นความเสียหายที่กระดูกและเส้นเอ็นบริเวณหัวเข่าซ้าย ซึ่งยังต้องติดตามการฟื้นตัวอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน เดอะ ไทม์ส เผยว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่า แบรดลี่ย์ จะฟิตทันช่วยทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกได้หรือไม่ หากทีมสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย

การบาดเจ็บครั้งนี้ทำให้ แบรดลี่ย์ กลายเป็นนักเตะชุดใหญ่รายที่ 3 ของลิเวอร์พูลที่ต้องพักยาว หลังจากก่อนหน้านี้ โจวานนี่ เลโอนี่ เจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าไปตั้งแต่เดือนกันยายน ส่วน อเล็กซานเดอร์ อิซาค ก็ประสบปัญหากระดูกน่องหัก ต้องพักรักษาตัวหลายเดือนเช่นกัน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตัวเลือกในแนวรับของ อาร์เน่ สล็อท ตึงมือมากยิ่งขึ้น โดยตำแหน่งแบ็คขวาเวลานี้เหลือเพียง โจ โกเมซ และ เยเรมี่ ฟริมปง ที่สามารถขยับมาทดแทนได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

‘ดาโลต์’ ชี้เกมรับผีต้องดุดันกว่านี้เสียดายไม่น่าโดนแดง

ดิโอโก้ ดาโลต์ แบ็คทีมชาติโปรตุเกสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับด้วยความผิดหวังหลังทีมพ่ายไบรท์ตัน 2-1 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบสาม ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ “ปีศาจแดง” กระเด็นตกรายการไปอย่างรวดเร็ว

แม้ ปีศาจแดง จะเป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสมากมาย แต่ใบแดงที่เกิดขึ้นทำให้สถานการณ์พลิกเสียเปรียบ ดาโลต์เผยกับ TNT Sports ว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่ยากจริง ๆ เราจำเป็นต้องหาทางออกให้เร็วที่สุด ปรับตัว และเดินหน้าต่อไปให้ได้” ดาโลต์กล่าว

เจ้าตัวยังย้อนถึงโอกาสทองตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่เขาเกือบพาทีมขึ้นนำ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ พร้อมยืนยันว่าทีมสร้างโอกาสได้มากพอที่จะเป็นฝ่ายคว้าชัย

“ใบแดงทำให้สถานการณ์ยากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นช่วงท้ายเกมเราก็กดดันไบรท์ตันได้ตลอด โดยรวมแล้วมันน่าผิดหวังมาก เพราะเราต้องการเข้ารอบ และผมรู้สึกว่าเราสมควรชนะด้วยซ้ำ”

“ตอนนี้แทบทุกจังหวะบุกของคู่แข่งดูอันตรายสำหรับเรา แม้เราจะเสียโอกาสยิงตรงกรอบไม่มาก แต่กลับเสียประตูแทบทุกเกม เกมรุกเรายังมีอันตราย แต่เกมรับเราต้องมีความเร่งด่วนและดุดันมากกว่านี้ในฐานะทีม”

“สัปดาห์ข้างหน้าสำคัญมาก ไม่ใช่แค่ผู้นำทีม แต่หมายถึงทุกคน เราต้องช่วยกันผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ซ้อมอย่างมืออาชีพ ทำให้ดีที่สุดในทุกวัน และเตรียมตัวสำหรับเกมใหญ่ เพราะเกมแบบนี้สามารถเปลี่ยนทิศทางของทีมได้”

“พลังจากอัฒจันทร์ช่วยเราได้มากจริง ๆ ต้องให้เครดิตแฟน ๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก พวกเขาก็ยังคอยผลักดันเราเสมอ”

หาทางแก้!’บรูโน่’ รับแข้งผีมีปัญหาในการจบสกอร์

บรูโน่ แฟร์นันเดส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับว่าทีมกำลังประสบปัญหาในเรื่องการทำประตู และจำเป็นต้องปรับปรุงเพื่อคว้าชัยชนะในพรีเมียร์ลีกให้ได้มากกว่านี้

หลังจากที่ทีมไม่สามารถเก็บสามแต้มได้ในเกมล่าสุด แฟร์นันเดสเผยว่าทุกคนในทีมรู้ดีถึงความสำคัญของการคว้าชัยชนะ และเข้าใจดีว่าฟอร์มที่ผ่านมาไม่มีความหมาย หากไม่สามารถรักษามาตรฐานไว้ได้ในเกมต่อไป

“เราได้พูดคุยกันหลังเกมที่ชนะ และเราก็เคยบอกไว้แล้วว่า ทุกสิ่งที่เราทำในอดีตจะไม่มีค่าเลย หากเราไม่สามารถชนะเกมต่อไปได้ และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้” กัปตันทีมปีศาจแดงกล่าว

แฟร์นันเดสยังย้ำถึงความสำคัญของการเก็บแต้มในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกที่มีการแข่งขันสูง และทีมจำเป็นต้องคว้าชัยชนะให้ได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม เกมล่าสุดทีมยังขาดความเฉียบคมในการเข้าทำและการผ่านบอลในพื้นที่สุดท้าย

“เราขาดความดุดันในการจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย และยังขาดบางอย่างในการจบสกอร์ ด้วยศักยภาพของผู้เล่นแนวรุกที่เรามี เราจำเป็นต้องยิงประตูให้มากขึ้น และสร้างโอกาสให้ได้มากกว่านี้ เราต้องดึงตัวประกบออกจากตำแหน่งและฉวยโอกาสจากช่องว่างที่มีให้ได้”

อย่างไรก็ตาม กัปตันทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมองเห็นข้อดีที่ทีมสามารถนำไปต่อยอดได้ แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

“คุณสร้างความมั่นใจได้จากผลงาน และเมื่อคุณชนะเกม ความมั่นใจก็จะเพิ่มขึ้น เราชนะสามเกมหลังสุด และทุกคนก็มั่นใจ แต่ตอนนี้มันเหมือนเป็นก้าวถอยหลัง ดังนั้นเราต้องมองย้อนกลับไปว่าสิ่งใดที่เราทำได้ดี และยังมีอีกหลายอย่างที่เราสามารถพัฒนาได้”

แม้ว่าผลการแข่งขันจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่แฟร์นันเดสยังเชื่อว่าทีมสามารถนำจุดแข็งที่มีมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และพร้อมเดินหน้าต่อไปเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เป็นแผน!’อโมริม’ แจงเหตุใช้ ‘เมนู’ เป็นหน้าเป้า

รูเบน อโมริม นายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้เหตุผลถึงการเลือก ค็อบบี้ เมนู ขยับขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า ในเกมที่พ่ายให้กับ คริสตัล พาเลซ 0-2 คาถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ในช่วงกลางสัปดาห์ เมนู ถูกใช้งานเป็นกองกลางตัวรุก และช่วยให้ “ปีศาจแดง” เอาชนะ เอฟซีเอสบี 2-0 ในศึก ยูโรป้า ลีก อย่างไรก็ตาม ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อโมริมตัดสินใจดันเจ้าหนูดาวรุ่งขึ้นไปเล่นสูงขึ้นถึงตำแหน่งกองหน้า

“มีหลายเกมที่เราพบปัญหาในการเชื่อมต่อกันไม่ติด และยังมีอุปสรรคในการจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายในแดนของคู่แข่ง” อโมริมกล่าวหลังเกมที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

“แต่วันนี้เราสามารถทำแบบนั้นได้ เราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง เพราะ ค็อบบี้ ทำให้เราสามารถเชื่อมเกมได้ดีขึ้น จนคู่แข่งเจอกับความยากลำบากในการเพรสซิ่ง”

แม้ว่าแผนการดังกล่าวจะช่วยให้ทีมสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีขึ้น แต่อโมริมยอมรับว่าผลลัพธ์ที่ออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากทีมไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตูได้

“ผมคิดว่าแนวคิดของเราทำงานได้ดีในช่วงจังหวะเหล่านั้น แต่เมื่อทีมไม่ชนะ เราจึงไม่สามารถรับรู้ถึงเรื่องดี ๆ เหล่านั้นได้อย่างเต็มที่” อโมริมกล่าวเสริม

“แต่วันพรุ่งนี้ เมื่อเรากลับมาวิเคราะห์ เราจะเห็นถึงสิ่งที่เราทำได้ดี”

แข้งวัย 19 ปีลงสนามเป็นเวลา 70 นาทีแต่ไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ได้ ขณะที่กองหน้าอาชีพอย่าง ราสมุส ฮอยลุนด์ และ โยชัว เซิร์คซี ที่ถูกส่งลงมาแทนก็เผชิญกับชะตากรรมเดียวกัน อโมริมเชื่อว่านี่เป็นปัญหาของทั้งทีมมากกว่าตัวบุคคล

“วันนี้เราตัดสินใจเล่นกับ ค็อบบี้ มันไม่ได้หมายความว่าเรามีปัญหากับ ราสมุส หรือ โยชัว”อโมริมกล่าว

“บางครั้งทีมต้องใช้คุณลักษณะที่เหมาะสมของผู้เล่น มันไม่ได้หมายความว่าการเล่นด้วยกองหน้าสองคนจะทำให้คุณทำประตูได้มากขึ้น”

“นี่เป็นปัญหาสำหรับทั้งทีม เราต้องพัฒนาในทุกด้านของเกม”

‘ไรซ์’ เผยเองปืนพร้อมท้ารบสู้หงส์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

เดแคลน ไรซ์ กองกลางคนสำคัญของ อาร์เซนอล ยืนยันว่าทีมของเขายังคงมุ่งมั่นและพร้อมเดินหน้ากดดัน ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ในการแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดฤดูกาลนี้

ในเกมล่าสุด ไรซ์ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการทำสองแอสซิสต์ช่วยให้ “เดอะ กันเนอร์ส” เปิดบ้านถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-1 ส่งสัญญาณเตือนแรงถึง ลิเวอร์พูล ว่าพวกเขายังไม่หมดหวังในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ยังคงนำเป็นจ่าฝูงโดยมีแต้มนำหน้า อาร์เซนอล 6 คะแนน และยังมีเกมในมืออีก 1 นัด ซึ่งทำให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม ไรซ์ เชื่อว่าทุกอย่างยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และ อาร์เซนอล จะไม่หยุดพยายาม

“ลิเวอร์พูล นำหน้าเราอยู่หลายแต้ม โดยเฉพาะเมื่อพวกเขายังมีเกมอยู่ในมือ และพวกเขาก็เก็บชัยชนะได้เมื่อวานนี้ ซึ่งหมายความว่าเราจำเป็นต้องคว้าชัยให้ได้ก่อนลงสนาม” ไรซ์ กล่าวกับ Sky Sports

ไรซ์ ยังกล่าวถึงความผิดหวังในเกมที่พบกับ แอสตัน วิลล่า ซึ่ง อาร์เซนอล เป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-0 แต่กลับปล่อยให้แต้มหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งหากพวกเขาเก็บชัยชนะในเกมดังกล่าว อาจทำให้สถานการณ์ในการลุ้นแชมป์เปลี่ยนไปมากกว่านี้

“มันน่าผิดหวังมากที่เราพลาด 3 คะแนนสำคัญในเกมกับ แอสตัน วิลล่า เพราะถ้าชนะ เราอาจจะได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่านี้” ไรซ์ กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม ไรซ์ ย้ำว่า อาร์เซนอล จะยังคงเดินหน้าต่อไปและไม่มีวันยอมแพ้ต่อการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ แม้พวกเขาจะต้องอาศัยปัจจัยจากทีมอื่นช่วยเหลือก็ตาม

“เรารู้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไร นั่นคือการไล่ตาม ลิเวอร์พูล และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้” ไรซ์ กล่าวอย่างหนักแน่น “เราต้องมองโลกในแง่ดี และผมมั่นใจว่าเราจะทำได้ดี”

ด้วยความมุ่งมั่นของ อาร์เซนอล และฟอร์มอันร้อนแรงในเกมล่าสุด พวกเขายังคงเป็นหนึ่งในทีมที่สามารถสร้างความกดดันให้กับ ลิเวอร์พูล และอาจทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เข้มข้นขึ้นจนถึงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน

คุยฉลุย!เผยสิงห์โอเคปล่อยยืม ‘ชุคเวเมก้า’ ให้เสือเหลือง

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดังรายงานว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรชั้นนำจากศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี บรรลุข้อตกลงคว้าตัว คาร์นี่ย์ ชุคเวเมก้า กองกลางดาวรุ่งจาก เชลซี ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล พร้อมเงื่อนไขซื้อขาด

ดีลนี้เป็นการยืมตัวพ่วงอ็อปชั่นซื้อขาด โดยค่าตัวที่ตกลงกันไว้นั้นสูงกว่าค่าฉีกสัญญา 40 ล้านปอนด์ที่ถูกตั้งไว้ก่อนหน้านี้ ดอร์ทมุนด์ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเหนื่อยของนักเตะตลอดระยะเวลายืมตัวไปจนถึงเดือนมิถุนายน และมีค่ายืมตัวรวมอยู่ในข้อตกลงด้วย

ชุคเวเมก้า มีกำหนดเข้ารับการตรวจร่างกายในวันจันทร์นี้ ก่อนจะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการและเปิดตัวในฐานะสมาชิกใหม่ของ “เสือเหลือง” ต่อไป

กองกลางวัย 20 ปีรายนี้ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีม เชลซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2022 แต่ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก โดยตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งกับ “สิงห์บลูส์” เขาลงเล่นไปทั้งหมด 32 นัดจากทุกรายการ ทำได้ 2 ประตู และ 1 แอสซิสต์ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้เขามีโอกาสลงสนามเพียง 5 นัด และยังไม่ได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเลย

การย้ายมาเล่นในบุนเดสลีกากับ ดอร์ทมุนด์ อาจเป็นโอกาสดีสำหรับ ชุคเวเมก้า ที่จะได้โอกาสลงสนามสม่ำเสมอมากขึ้น และพัฒนาฝีเท้าภายใต้การคุมทีมของกุนซือ เอแด็น แทร์ซิช